ประกันตัว ทีมทนายความมืออาชีพ ทนายคดีอาญา ทนายคดีแพ่ง ทนายคดีปกครอง ทนายความคดีฟอกเงิน ทนายคดีภาษี พร้อมอดีตผู้พิพากษา ทีมที่ปรึกษากฎหมายนักกฎหมายพร้อมดูแล ติดต่อโทร 099-096-4440, 063-995-3361, 02-103-1961, 02-000-4270 หรือ ไลน์: @sls2017
วางแผนขอปล่อยชั่วคราวอย่างเป็นระบบ ก่อนเสียโอกาสเพราะคำร้องไม่ตอบเหตุเสี่ยง
การถูกจับ ถูกควบคุมตัว หรือทราบว่าตำรวจกำลังขอศาลออกหมายจับ เป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว แต่ความเร็วเพียงอย่างเดียวไม่พอ การ ประกันตัว ที่มีประสิทธิภาพต้องเริ่มจากการตรวจสถานะคดี หน่วยงานที่ควบคุมตัว ข้อหา ชั้นคดี เวลาที่เหลือ และเหตุเสี่ยงที่เจ้าพนักงานหรือศาลอาจใช้พิจารณา จากนั้นจึงเลือกผู้ยื่น หลักประกัน เอกสาร และเงื่อนไขที่เหมาะกับบุคคลและคดี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือครอบครัวใช้เวลาทั้งหมดไปกับการหาเงินหรือโฉนด โดยยังไม่ได้ตรวจว่าปัญหาหลักของคำร้องคืออะไร ในความเป็นจริง การมีทรัพย์มูลค่าสูงไม่ได้ทำให้ได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยอัตโนมัติ หากยังมีข้อกังวลว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่ออันตราย หรือทำให้การสอบสวนและการพิจารณาคดีเสียหาย คำร้องจึงต้องตอบเหตุเสี่ยงด้วยข้อเท็จจริงและเอกสาร ไม่ใช่ระบุเพียงว่า “มีที่อยู่เป็นหลัก แหล่งและจะไม่หลบหนี”
หากคุณหรือบุคคลในครอบครัวกำลังถูกควบคุมตัว มีหมายจับ กำลังจะถูกฝากขัง ถูกฟ้อง หรือศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โปรดแจ้ง ชื่อผู้ถูกควบคุม–ข้อหา–สถานที่ควบคุม–เลขคดี–ชั้นคดี–วันและเวลาที่เกิดเหตุ ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรก
นัดหมายทีมทนายเพื่อประเมินแผนประกันตัว
โทร: 099-096-4440, 063-995-3361
โทร: 02-103-1961, 02-000-4270
LINE: @sls2017
เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz
การติดต่อเร็วช่วยเพิ่มเวลาเตรียมเอกสาร แต่ไม่มีทนายหรือผู้ให้บริการรายใดควรรับประกันว่าจะได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เพราะคำสั่งขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พฤติการณ์คดี เอกสาร เหตุเสี่ยง และดุลพินิจของเจ้าพนักงานหรือศาลในแต่ละชั้น
คำตอบสั้น: ประกันตัวคืออะไร
คำว่า “ประกันตัว” ที่ใช้ทั่วไป หมายถึง การขอปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจำเลยระหว่างการสอบสวน การพิจารณา หรือระหว่างคดียังไม่ถึงที่สุด เพื่อให้บุคคลนั้นไม่ต้องถูกควบคุมหรือขังเกินความจำเป็น โดยต้องมาตามนัดและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด
การได้รับประกันตัวไม่ได้แปลว่าคดีสิ้นสุด ไม่ได้แปลว่าไม่มีความผิด และไม่ใช่การชำระค่าปรับล่วงหน้า ผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวยังต้องต่อสู้คดี มาพบพนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาลตามนัด และปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น ห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ห้ามติดต่อพยาน รายงานตัว หรือใช้อุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ หากมีคำสั่งเช่นนั้น
ในทางกลับกัน การไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวก็ไม่ใช่คำพิพากษาว่าบุคคลนั้นกระทำความผิด แต่หมายความว่าในขณะพิจารณาคำร้อง เจ้าพนักงานหรือศาลเห็นว่ายังมีเหตุหรือความเสี่ยงที่ไม่อาจจัดการได้ด้วยมาตรการที่เสนอ
ผู้ค้นหาคำว่า “ประกันตัว” ต้องการอะไรจริง
คำค้นนี้มีหลายเจตนาซ้อนกัน แต่กลุ่มสำคัญที่สุดเป็นผู้มีปัญหาเร่งด่วนและพร้อมว่าจ้าง ได้แก่
- ญาติของผู้ถูกจับที่ต้องการทราบว่าต้องทำอะไรภายในวันนี้
- ผู้มีหมายจับหรือคาดว่าจะถูกออกหมายจับและต้องการวางแผนเข้ามอบตัว
- ผู้ต้องหาที่กำลังจะถูกนำไปขอฝากขังต่อศาล
- จำเลยที่อัยการนำตัวไปฟ้องหรือถูกศาลประทับฟ้อง
- จำเลยที่ศาลพิพากษาจำคุกและต้องการขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา
- ครอบครัวที่ไม่มีเงินสดหรือไม่ทราบว่าจะใช้หลักประกันประเภทใด
- ผู้ที่เคยยื่นแล้วถูกปฏิเสธและต้องการแก้เหตุในคำสั่ง
- นายประกันที่ต้องการทราบหน้าที่ ความเสี่ยง และวิธีถอนหลักประกัน
หน้า “ประกันตัว” ที่ดีจึงต้องทำมากกว่าบอกรายชื่อหลักทรัพย์ แต่ต้องช่วยให้ครอบครัวแยกชั้นคดี อ่านเหตุเสี่ยง เตรียมชุดเอกสาร และเข้าใจว่าควรยื่นคำร้องเดิม อุทธรณ์คำสั่ง หรือยื่นคำร้องใหม่ด้วยข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงอย่างไร
60 นาทีแรกหลังทราบว่าถูกจับ ควรทำอะไร
1. ยืนยันว่าถูกควบคุมตัวที่ใด
อย่าอาศัยข้อมูลจากผู้โทรมาเพียงคนเดียว ติดต่อสถานีตำรวจหรือหน่วยงานผ่านหมายเลขที่ตรวจสอบได้ ถามชื่อพนักงานสอบสวน หน่วยงาน ห้องหรือสถานที่ควบคุม เลขรับแจ้งหรือเลขคดีถ้ามี และฐานะของบุคคลว่าเป็นผู้ถูกจับ ผู้ต้องหา หรืออยู่ระหว่างเชิญตัวไปสอบถาม
2. บันทึกเวลาและเอกสารทุกชิ้น
จดเวลาจับ เวลาถึงสถานี เวลารับแจ้งข้อหา และกำหนดที่จะนำตัวไปศาล ถ่ายสำเนาหมายจับ บันทึกจับกุม บัญชีของกลาง หมายเรียก หรือเอกสารที่เจ้าหน้าที่มอบให้เท่าที่ทำได้โดยชอบ ข้อมูลเวลาใช้วางแผนทั้งเรื่องสิทธิในชั้นสอบสวนและการเตรียมประกันตัว
3. ขอพบทนายและระวังการสื่อสารสาธารณะ
ผู้ถูกจับควรขอใช้สิทธิพบทนายก่อนให้ข้อมูลที่มีผลต่อคดี ไม่ควรโพสต์ข้อเท็จจริง โต้เถียงผู้กล่าวหา หรือติดต่อพยานผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะข้อความอาจถูกใช้ประกอบการพิจารณาคดีและอาจทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องยุ่งเหยิงพยาน
4. เริ่มรวบรวมเอกสารส่วนบุคคลและความผูกพัน
เตรียมบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หลักฐานอาชีพ หนังสือรับรองงาน เอกสารครอบครัว เอกสารการรักษาพยาบาล และข้อมูลบุคคลที่พร้อมกำกับดูแล สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ใช้เพื่อขอความสงสาร แต่ใช้พิสูจน์ตัวตน ภูมิลำเนา ภาระหน้าที่ และมาตรการลดความเสี่ยง
5. ยังไม่ต้องรีบซื้อหรือโอนหลักทรัพย์จากคนแปลกหน้า
ให้ทนายหรือครอบครัวตรวจหน่วยงาน ชั้นคดี และข้อกำหนดของศาลก่อน วงเงินและรูปแบบหลักประกันอาจต่างกัน การโอนเงินให้ผู้ที่อ้างว่าสามารถ “วิ่งประกัน” หรือรับรองผลได้มีความเสี่ยงสูง เงินค่าทนาย ค่าหลักประกัน ค่าธรรมเนียมราชการ และค่าบริการของบุคคลภายนอกควรแยกกันชัดเจน
สิทธิในการขอปล่อยชั่วคราวและหลักสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 29 วางหลักว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดจะปฏิบัติต่อบุคคลเสมือนเป็นผู้กระทำผิดไม่ได้ รวมทั้งการควบคุมหรือคุมขังให้ทำได้เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้หลบหนี
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หมวดการปล่อยชั่วคราว มาตรา 106 เป็นต้นไป กำหนดผู้มีสิทธิยื่น รูปแบบการปล่อย หลักที่ใช้พิจารณา เงื่อนไข หลักประกัน การผิดสัญญา และการอุทธรณ์คำสั่ง ส่วนข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการปล่อยชั่วคราวและวิธีเรียกประกันในคดีอาญา พ.ศ. 2565 ซึ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดแนวปฏิบัติของศาลโดยละเอียด
หลักดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกคำร้องต้องได้รับอนุญาต แต่หมายความว่าคำร้องควรถูกพิจารณาตามเหตุที่กฎหมายกำหนด และการจำกัดเสรีภาพต้องสัมพันธ์กับความจำเป็น ผู้ยื่นจึงควรนำเสนอข้อมูลที่ช่วยให้ศาลประเมินความเสี่ยงเป็นรายบุคคล แทนการใช้ข้อความสำเร็จรูปที่ไม่เชื่อมกับข้อเท็จจริง
ข้อมูลขั้นตอนและแบบคำร้องสามารถตรวจสอบเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของ ศาลยุติธรรม หรือศาลที่รับผิดชอบคดีโดยตรง เนื่องจากรายการเอกสาร เวลารับคำร้อง และวิธีดำเนินการทางระบบอิเล็กทรอนิกส์อาจต่างกันตามศาลและช่วงเวลา
ขอประกันตัวได้ในชั้นใดบ้าง
ประกันตัวชั้นพนักงานสอบสวน
เมื่อบุคคลถูกจับและคดียังอยู่กับพนักงานสอบสวน สามารถยื่นขอปล่อยชั่วคราวต่อพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบได้ การเตรียมเรื่องควรตรวจข้อกล่าวหา บันทึกจับกุม ความจำเป็นต้องควบคุม และหลักประกันตามแนวทางของหน่วยงาน หากไม่อนุญาตหรือพนักงานสอบสวนต้องนำตัวไปฝากขัง ยังอาจเตรียมคำร้องต่อศาลได้ตามสถานะของคดี
ประกันตัวชั้นพนักงานอัยการ
เมื่อสำนวนและตัวผู้ต้องหาอยู่ในอำนาจของพนักงานอัยการ การยื่นต้องทำต่อหน่วยงานอัยการที่รับผิดชอบ ระยะนี้อาจสั้นและมีการส่งฟ้องต่อศาล จึงต้องประสานให้ทราบว่าผู้ต้องหาอยู่ที่ใด จะมีคำสั่งเมื่อใด และต้องเตรียมคำร้องต่อศาลต่อเนื่องหรือไม่
ประกันตัวชั้นฝากขัง
เมื่อพนักงานสอบสวนนำผู้ต้องหาไปขอศาลฝากขัง ผู้ยื่นสามารถขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลได้ คำร้องควรตอบทั้งความจำเป็นฝากขังและความเสี่ยงของการปล่อย โดยเฉพาะกรณีมีผู้ต้องหาหลายคน มีพยานที่ยังสอบไม่เสร็จ หรือมีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับเครือข่ายและพยานดิจิทัล
ประกันตัวเมื่ออัยการยื่นฟ้อง
เมื่ออัยการฟ้อง ผู้ต้องหาจะมีสถานะเป็นจำเลยและต้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลที่รับฟ้อง แม้เคยได้รับประกันในชั้นก่อน ไม่ควรสันนิษฐานว่าหลักประกันและคำสั่งเดิมจะต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจการส่งต่อหลักประกัน เอกสาร และคำสั่งของศาล
ประกันตัวในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์
เมื่อศาลไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งประทับฟ้อง จำเลยอาจต้องเข้าสู่กระบวนการปล่อยชั่วคราว การเตรียมล่วงหน้าก่อนวันนัดจึงสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อคดีมีอัตราโทษสูงหรือโจทก์ยื่นคัดค้าน
ประกันตัวระหว่างพิจารณา
จำเลยที่ได้รับปล่อยชั่วคราวต้องมาตามนัดทุกครั้ง หากมีเหตุเปลี่ยนแปลง เช่น ต้องเดินทาง รักษาตัว เปลี่ยนที่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไข ต้องขออนุญาตหรือแจ้งตามวิธีที่ศาลกำหนด ไม่ควรตัดสินใจเอง
ประกันตัวหลังศาลพิพากษา ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกา
หลังมีคำพิพากษาลงโทษ น้ำหนักในการประเมินอาจต่างจากก่อนพิพากษา เพราะมีผลคำพิพากษาและโทษที่กำหนดแล้ว คำร้องควรอธิบายประวัติการมาตามนัด พฤติการณ์ระหว่างได้รับการปล่อย ข้อเท็จจริงส่วนบุคคล เหตุที่ไม่หลบหนี เงื่อนไขที่ยอมรับ และประเด็นของคดีในชั้นต่อไปเท่าที่เหมาะสม การเพิ่มหลักทรัพย์อย่างเดียวอาจไม่ตอบข้อกังวลจากโทษจำคุกที่สูงขึ้น
ประกันตัวเมื่อถูกจับตามหมาย
ผู้ที่หลบหนีหรือไม่มาตามนัดแล้วถูกจับตามหมายมีภาระต้องอธิบายเหตุเดิมอย่างจริงจัง คำร้องควรมีหลักฐานเหตุที่ขาดนัด สถานการณ์ปัจจุบัน มาตรการกำกับ และเหตุที่เชื่อว่าจะไม่เกิดซ้ำ การปกปิดประวัติหรือกล่าวเพียงว่าไม่ทราบนัดอาจลดความน่าเชื่อถือ
ใครยื่นคำร้องขอประกันตัวได้
ผู้ต้องหาหรือจำเลยสามารถยื่นขอปล่อยชั่วคราวตนเองได้ และบุคคลผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องอาจยื่นได้ เช่น บิดามารดา บุตร คู่สมรส ญาติ นายจ้าง ผู้บังคับบัญชา หรือบุคคลที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดตามที่เจ้าพนักงานหรือศาลเห็นสมควร ในทางปฏิบัติ คุณสมบัติ เอกสาร และการยอมรับผู้ยื่นขึ้นกับรูปแบบคำร้องและข้อกำหนดของหน่วยงาน
ทนายความช่วยจัดทำและยื่นคำร้อง ประสานเอกสาร และอธิบายเหตุสนับสนุนได้ แต่ทนายไม่จำเป็นต้องเป็นนายประกันหรือเจ้าของหลักทรัพย์ในทุกกรณี ควรแยกบทบาทของ “ทนายผู้ดำเนินการ” “ผู้ขอประกันหรือนายประกัน” “เจ้าของหลักทรัพย์” และ “ผู้กำกับดูแล” ให้ชัดเจน เพราะแต่ละคนมีหน้าที่และความเสี่ยงต่างกัน
การปล่อยชั่วคราวมี 3 รูปแบบหลัก
1. ปล่อยชั่วคราวโดยไม่มีประกัน
เป็นการปล่อยโดยไม่ต้องทำสัญญาประกันและไม่วางหลักประกัน ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องให้คำมั่นว่าจะมาตามนัด รูปแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าใครจะเรียกร้องให้ใช้ได้ทุกคดี การพิจารณาขึ้นกับกฎหมาย พฤติการณ์ และการประเมินความเสี่ยง
2. ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกัน
ผู้ประกันทำสัญญาว่าจะนำผู้ต้องหาหรือจำเลยมาตามนัดและปฏิบัติตามเงื่อนไข หากผิดสัญญาอาจถูกบังคับตามจำนวนที่กำหนด แต่ไม่มีการนำทรัพย์เฉพาะมาวางเป็นหลักประกัน
3. ปล่อยชั่วคราวโดยมีประกันและหลักประกัน
นอกจากทำสัญญาประกันแล้วยังมีเงิน ทรัพย์สิน หนังสือค้ำประกัน หรือหลักประกันรูปแบบที่ยอมรับได้วางไว้ หากผิดสัญญาอาจมีการบังคับกับหลักประกันตามกฎหมายและคำสั่ง
รูปแบบที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นกับความต้องการของผู้ยื่นฝ่ายเดียว เจ้าพนักงานหรือศาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะปล่อยหรือไม่ จะใช้ประกันหรือหลักประกันเพียงใด และจะกำหนดเงื่อนไขอะไร
ศาลพิจารณาอะไรในการประกันตัว
มาตรา 108 กำหนดประเด็นที่ใช้ประกอบการวินิจฉัย เช่น ความหนักเบาของข้อหา พยานหลักฐานที่ปรากฏ พฤติการณ์แห่งคดี ความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นและหลักประกัน โอกาสหลบหนี ภยันตรายหรือความเสียหายจากการปล่อย และคำคัดค้านของพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ โจทก์ หรือผู้เสียหาย ตลอดจนความสามารถในการป้องกันการหลบหนีหรืออันตราย
มาตรา 108/1 กล่าวถึงเหตุที่อาจใช้สั่งไม่อนุญาต เช่น มีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ผู้ยื่นหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ หรือการปล่อยจะเป็นอุปสรรคหรือก่อความเสียหายต่อการสอบสวนหรือการดำเนินคดี คำสั่งไม่อนุญาตต้องแสดงเหตุผลตามกฎหมาย
สิ่งสำคัญคือ ข้อหาร้ายแรงหรืออัตราโทษสูงไม่ควรถูกอ่านแยกจากความเสี่ยงอื่น แต่ในทางปฏิบัติย่อมทำให้เจ้าพนักงานหรือศาลพิจารณาอย่างรอบคอบมากขึ้น เพราะอาจเกี่ยวกับแรงจูงใจหลบหนี ความเสียหาย และความปลอดภัย คำร้องจึงควรแสดงมาตรการจัดการความเสี่ยง ไม่ใช่โต้แย้งเพียงว่าผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์
มีหลักทรัพย์มาก ไม่ได้แปลว่าจะได้ประกันตัว
หลักประกันทำหน้าที่ค้ำประกันการปฏิบัติตามสัญญา แต่ไม่สามารถลบความเสี่ยงทุกประเภทได้ หากข้อกังวลคือผู้ต้องหาจะโทรข่มขู่พยาน การเพิ่มเงินประกันอาจไม่ตอบปัญหาเท่ากับการเสนอเงื่อนไขไม่ติดต่อพยาน เปลี่ยนสถานที่พัก อยู่ภายใต้ผู้กำกับดูแล และยินยอมให้ติดตามตัว หากข้อกังวลคือหลบหนี คำร้องควรเสนอทั้งหนังสือเดินทาง ข้อจำกัดการเดินทาง การรายงานตัว ที่พักแน่นอน และบุคคลรับรอง ไม่ใช่เพิ่มมูลค่าโฉนดเพียงอย่างเดียว
การเตรียมคำร้องควรทำเป็น “ตารางเหตุเสี่ยง” ดังนี้
· เหตุที่อาจกังวล
· ข้อมูลที่ต้องตรวจ
· หลักฐานหรือมาตรการที่อาจนำเสนอ
· อาจหลบหนี
· ภูมิลำเนา ประวัติมาตามนัด การเดินทาง ทรัพย์และครอบครัวในไทย
· เอกสารที่อยู่ งาน ธุรกิจ ครอบครัว มอบหนังสือเดินทาง รายงานตัว EM หรือผู้กำกับดูแลตามความเหมาะสม
· อาจยุ่งเหยิงพยาน
· ความสัมพันธ์กับพยาน อำนาจบังคับบัญชา พยานที่ยังสอบไม่เสร็จ
· ไม่ติดต่อพยาน พักคนละพื้นที่ หยุดปฏิบัติหน้าที่บางอย่าง เก็บและส่งมอบอุปกรณ์ตามคำสั่ง
· อาจก่ออันตรายหรือทำผิดซ้ำ
· ประวัติ พฤติการณ์ ความขัดแย้ง การใช้สารเสพติดหรืออาวุธ
· ผู้ดูแล การรักษา ห้ามเข้าใกล้ ห้ามครอบครองอาวุธ รายงานตัว หรือเงื่อนไขเฉพาะ
· อาจกระทบการสอบสวน
· ของกลาง อุปกรณ์ดิจิทัล เอกสารบริษัท ผู้ร่วมคดี
· ส่งมอบเอกสาร ไม่เข้าถึงระบบ ไม่ติดต่อผู้ร่วมคดี และให้ความร่วมมือในขอบเขตกฎหมาย
· ผู้ยื่นหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ
· ความสัมพันธ์ กรรมสิทธิ์ ภาระผูกพัน มูลค่าและที่มา
· เอกสารต้นฉบับ หนังสือยินยอม เอกสารสมรส หนังสือรับรองมูลค่า และคำชี้แจงความสัมพันธ์
ตารางนี้เป็นเพียงกรอบคิด ไม่ใช่รายการเงื่อนไขที่ต้องเสนอทุกข้อ การเสนอเงื่อนไขเกินจำเป็นอาจกระทบชีวิตและการต่อสู้คดี ต้องเลือกเฉพาะสิ่งที่ทำได้จริงและเหมาะกับเหตุในคดี
วิธีเขียนเหตุผลประกันตัวให้มีน้ำหนัก
ระบุข้อมูลเฉพาะ ไม่ใช้คำสำเร็จรูป
แทนที่จะเขียนว่า “จำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง” ควรระบุว่าอยู่ที่ใดมานานเท่าใด อยู่กับใคร ใครยืนยันได้ และแนบเอกสารใด แทนที่จะเขียนว่า “มีอาชีพสุจริต” ควรบอกตำแหน่ง สถานที่ทำงาน ระยะเวลาทำงาน หน้าที่ที่ต้องกลับไปดำเนินการ และผู้ใดรับรอง
ตอบเหตุในคดีตรงประเด็น
หากคำคัดค้านกล่าวว่ามีพยานอยู่ใต้บังคับบัญชา คำร้องต้องอธิบายอำนาจหน้าที่ปัจจุบัน การพักงานหรือย้ายหน้าที่ และมาตรการไม่ติดต่อพยาน หากกล่าวว่าเป็นขบวนการ ต้องอธิบายบทบาทเฉพาะของผู้ต้องหา ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น และวิธีป้องกันการติดต่อ ไม่ควรใช้คำร้องเดียวกันกับจำเลยทุกคน
แยกข้อเท็จจริงประกันตัวออกจากข้อต่อสู้คดี
คำร้องอาจกล่าวถึงพยานหลักฐานเท่าที่จำเป็น แต่ไม่ควรเปิดแนวต่อสู้ทั้งหมดโดยไม่ประเมินผล การประกันตัวมุ่งตอบเหตุควบคุม ส่วนการพิสูจน์ว่ากระทำผิดหรือไม่เป็นอีกกระบวนการ ทนายต้องรักษาสมดุลระหว่างการชี้ว่าพยานยังมีข้อจำกัดกับการไม่ผูกมัดคำให้การในอนาคต
เสนอเงื่อนไขที่วัดผลและปฏิบัติได้
คำว่า “จะไม่ก่อความวุ่นวาย” กว้างเกินไป เงื่อนไขที่ชัดอาจเป็นไม่ติดต่อบุคคลที่ระบุ ไม่เดินทางออกนอกประเทศ รายงานตัวตามกำหนด พัก ณ ที่อยู่ที่แจ้ง หรืออยู่ภายใต้ผู้กำกับดูแล แต่ผู้ร้องต้องมั่นใจว่าทำได้จริง เพราะการฝ่าฝืนอาจนำไปสู่การเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว
ใช้เอกสารรองรับทุกข้อความสำคัญ
หนังสือรับรองที่ลงชื่อโดยบุคคลตรวจสอบได้มีน้ำหนักกว่าคำกล่าวลอย ๆ เอกสารควรระบุวันที่ ข้อมูลติดต่อ ความสัมพันธ์ และสิ่งที่รับรอง หากเป็นข้อมูลสุขภาพควรใช้เอกสารจากสถานพยาบาลและอธิบายว่าการรักษาเกี่ยวกับเงื่อนไขการปล่อยอย่างไร โดยไม่กล่าวเกินจริง
เอกสารประกันตัวที่ควรเตรียม
รายการจริงอาจต่างตามศาล หน่วยงาน ชั้นคดี และชนิดหลักประกัน ควรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง แต่ชุดเอกสารพื้นฐานมักประกอบด้วย
เอกสารของผู้ต้องหาหรือจำเลย
· สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
· หนังสือเดินทางและข้อมูลการเดินทาง หากเกี่ยวข้อง
· เอกสารการทำงาน หนังสือรับรองเงินเดือน หรือเอกสารกิจการ
· ทะเบียนสมรส สูติบัตรบุตร หรือเอกสารผู้ที่อยู่ในความดูแล
· เอกสารการศึกษา หากกำลังศึกษา
· ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษา และวันนัดรักษา หากมีประเด็นสุขภาพจริง
· หลักฐานการมาตามหมายหรือให้ความร่วมมือก่อนหน้า
· คำพิพากษา คำสั่ง และสัญญาประกันเดิม หากเป็นคดีในชั้นต่อไป
· เอกสารของผู้ขอประกันหรือนายประกัน
· บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับที่หน่วยงานยอมรับ
· เอกสารแสดงความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาหรือจำเลย
· หนังสือรับรองอาชีพ ตำแหน่ง รายได้ หรือสถานะนิติบุคคล
· เอกสารคู่สมรสและหนังสือยินยอม หากจำเป็น
· หนังสือมอบอำนาจและเอกสารผู้รับมอบ ถ้ามี
· เอกสารเกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์
· เงินสดหรือหลักฐานการชำระตามช่องทางที่ศาลกำหนด
· โฉนดหรือเอกสารสิทธิพร้อมเอกสารประเมินและหลักฐานภาระผูกพัน
· สมุดเงินฝาก หนังสือรับรองยอด และหนังสือยินยอมระงับการถอนตามรูปแบบที่ยอมรับ
· พันธบัตร สลาก หรือหลักทรัพย์ที่หน่วยงานรับ พร้อมหนังสือรับรองที่จำเป็น
· หนังสือค้ำประกันของธนาคาร
· กรมธรรม์หรือหนังสือรับรองการประกันภัยอิสรภาพตามเงื่อนไข
· หนังสือรับรองใช้ตำแหน่งหรือบุคคลเป็นประกันในกรณีที่กฎหมายและระเบียบอนุญาต
เอกสารต้องเป็นปัจจุบัน ชื่อและเลขประจำตัวตรงกัน หากเปลี่ยนชื่อหรือสถานะสมรสต้องมีเอกสารเชื่อมโยง ทรัพย์ที่มีภาระจำนอง อายัด หรือข้อพิพาทอาจใช้ไม่ได้หรือมีมูลค่าไม่พอ การส่งภาพถ่ายเบื้องต้นช่วยตรวจรายการ แต่ควรเตรียมต้นฉบับตามที่หน่วยงานกำหนด
หลักประกันตัวใช้อะไรได้บ้าง
· เงินสด
ตรวจสอบจำนวน ช่องทางรับเงิน เวลาทำการ และชื่อผู้มีสิทธิรับคืนโดยตรงกับหน่วยงาน อย่าโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลที่ไม่สามารถยืนยันได้ เก็บใบรับทุกครั้ง
· ที่ดินหรือห้องชุด
ต้องตรวจกรรมสิทธิ์ ภาระผูกพัน ราคาประเมิน เอกสารคู่สมรส และข้อกำหนดของศาล หนังสือรับรองราคาประเมินอาจต้องออกภายในระยะเวลาที่กำหนด จึงควรตรวจล่วงหน้า
· เงินฝากและหลักทรัพย์ทางการเงิน
บัญชีเงินฝากอาจต้องมีหนังสือรับรองจากธนาคารและเงื่อนไขไม่ให้ถอน พันธบัตร สลาก หรือหลักทรัพย์แต่ละชนิดมีเอกสารต่างกัน อย่าสันนิษฐานว่าสมุดบัญชีเพียงเล่มเดียวเพียงพอ
· หนังสือค้ำประกันธนาคาร
ต้องใช้รูปแบบและข้อความที่ศาลยอมรับ รวมทั้งวงเงินและระยะเวลา ธนาคารอาจใช้เวลาตรวจเครดิตหรือหลักประกันของผู้ขอ จึงไม่เหมาะกับทุกเหตุฉุกเฉิน
· ประกันภัยอิสรภาพ
เป็นอีกทางเลือกที่บริษัทประกันออกหนังสือรับรองความรับผิดเพื่อใช้ประกอบการขอปล่อยชั่วคราว เงื่อนไข เบี้ย วงเงิน อายุเอกสาร และความคุ้มครองขึ้นกับกรมธรรม์และบริษัท การมีหนังสือรับรองไม่ได้ผูกมัดว่าศาลต้องอนุญาต และเบี้ยประกันอาจไม่คืนแม้คำร้องไม่ผ่าน จึงต้องอ่านเอกสารก่อนชำระเงิน
· ใช้บุคคลหรือตำแหน่งเป็นประกัน
บางกรณีอาจใช้บุคคลที่มีตำแหน่ง อาชีพ หรือรายได้แน่นอนตามหลักเกณฑ์ ต้องมีความสัมพันธ์และเอกสารรับรองที่เหมาะสม วงเงินที่รับรองได้ขึ้นกับกฎและข้อมูลรายได้ ไม่ควรกล่าวอ้างตำแหน่งหรือทำหนังสือรับรองเท็จ
· กองทุนยุติธรรม
ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์อาจยื่นขอความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมตามคุณสมบัติและขั้นตอนของกองทุน การยื่นไม่ได้หมายความว่าจะอนุมัติทันทีและต้องเผื่อเวลาตรวจสอบ สามารถดูข้อมูลปัจจุบันจาก สำนักงานกองทุนยุติธรรม
ต้องใช้เงินประกันตัวเท่าไร
ไม่ควรตอบเป็นยอดเดียวโดยไม่เห็นข้อหาและชั้นคดี วงเงินหรือการเรียกหลักประกันขึ้นกับกฎหมาย ข้อบังคับ แนวทางของหน่วยงาน ฐานความผิด อัตราโทษ พฤติการณ์ ความเสี่ยง ชั้นศาล และเงื่อนไขที่ใช้ลดความเสี่ยง บัญชีเกณฑ์ที่เห็นบนอินเทอร์เน็ตอาจเป็นของศาลหนึ่ง เป็นข้อมูลเก่า หรือใช้คนละชั้นคดี
ก่อนเตรียมเงินควรตรวจ 6 เรื่อง
1. ข้อหาตามเอกสารจริง ไม่ใช่คำบอกเล่า
2. ผู้มีอำนาจพิจารณาในขณะนั้นเป็นตำรวจ อัยการ หรือศาลใด
3. เคยมีสัญญาประกันหรือหลักประกันเดิมหรือไม่
4. ศาลมีคำสั่งหรือเงื่อนไขเดิมอย่างไร
5. ใช้การปล่อยโดยไม่มีหลักประกัน ผู้กำกับดูแล หรือ EM ได้หรือไม่
6. ค่าใช้จ่ายใดคือหลักประกันที่มีสิทธิรับคืน และค่าใช้จ่ายใดเป็นค่าบริการที่ไม่คืน
ค่าทนายไม่ใช่วงเงินประกัน เงินวางศาลไม่ใช่ค่าทนาย และเบี้ยประกันภัยไม่ใช่เงินที่ศาลถือไว้ ทั้งสามส่วนควรมีเอกสารแยกกัน
ขั้นตอนการขอประกันตัวโดยทั่วไป
ขั้นที่ 1 ตรวจสถานะและความขัดกันแห่งผลประโยชน์
ทนายตรวจชื่อผู้ต้องหา ผู้เสียหาย ผู้ร่วมคดี และนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อดูว่าสามารถรับงานได้หรือไม่ พร้อมยืนยันสถานที่ควบคุมและผู้มีอำนาจรับคำร้อง
ขั้นที่ 2 ตรวจข้อหาและชั้นคดี
อ่านหมายจับ บันทึกจับกุม คำร้องฝากขัง คำฟ้อง คำพิพากษา หรือคำสั่งเดิม เอกสารแต่ละชนิดสะท้อนความเสี่ยงไม่เหมือนกัน คำร้องชั้นจับกุมไม่ควรถูกนำไปใช้ซ้ำหลังคำพิพากษาโดยไม่ปรับ
ขั้นที่ 3 สร้างแผนเหตุเสี่ยง
แยกประเด็นหลบหนี พยาน อันตราย ความเสียหายต่อการสอบสวน ความน่าเชื่อถือของผู้ยื่น และประวัติการปฏิบัติตามนัด จากนั้นกำหนดเอกสารและเงื่อนไขที่ตอบแต่ละประเด็น
ขั้นที่ 4 ตรวจหลักประกันและเอกสาร
ยืนยันเจ้าของ มูลค่า ภาระผูกพัน ความยินยอมของคู่สมรส และอายุหนังสือรับรอง ทำสำเนาเป็นชุดและเตรียมต้นฉบับ ไม่ควรรอถึงหน้าห้องรับคำร้องแล้วจึงพบว่าชื่อไม่ตรงหรือเอกสารหมดอายุ
ขั้นที่ 5 ร่างและยื่นคำร้อง
คำร้องควรสั้นพอให้อ่านเข้าใจ แต่มีข้อมูลเฉพาะและเอกสารแนบครบ ผู้ยื่นและผู้ต้องหาหรือจำเลยลงลายมือชื่อตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่ตรวจและเสนอผู้มีอำนาจพิจารณา
ขั้นที่ 6 ดำเนินการตามคำสั่ง
หากอนุญาต ต้องทำสัญญา วางหลักประกัน ลงทะเบียนเงื่อนไข หรือดำเนินการเกี่ยวกับ EM ตามคำสั่ง จากนั้นติดตามเอกสารปล่อยตัวไปยังสถานที่ควบคุม หากไม่อนุญาต ต้องขอสำเนาหรืออ่านเหตุผลทันทีเพื่อเลือกแนวทางต่อไป
ขั้นที่ 7 บันทึกนัดและปฏิบัติตามเงื่อนไข
ถ่ายสำเนาสัญญา ใบรับ คำสั่ง และวันนัด ตั้งการแจ้งเตือนหลายช่องทาง แจ้งทนายเมื่อเปลี่ยนเบอร์ ที่อยู่ สุขภาพ หรือมีเหตุเดินทาง ไม่ควรรอให้ผิดเงื่อนไขแล้วจึงขอแก้
ยื่นประกันตัวออนไลน์ผ่าน CIOS ได้หรือไม่
ศาลยุติธรรมมีระบบ Court Integral Online Service หรือ CIOS สำหรับบริการบางประเภท รวมถึงการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและคำร้องอุทธรณ์คำสั่งในกรณีที่ระบบและศาลนั้นรองรับ ผู้ใช้อาจต้องลงทะเบียน ยืนยันตัวตน จัดเตรียมไฟล์ และดำเนินการเรื่องหลักประกันตามขั้นตอน
ระบบออนไลน์ช่วยลดการเดินทางแต่ไม่ได้ตัดขั้นตอนพิจารณาหรือรับประกันผล ก่อนยื่นควรตรวจว่าศาลเจ้าของคดีเปิดบริการส่วนใด ต้องนำต้นฉบับไปเมื่อใด และใครเป็นผู้มีสิทธิยื่น ดูคำแนะนำจาก ระบบบริการออนไลน์ศาลยุติธรรม และเว็บไซต์ศาลเจ้าของคดี
ศาลไม่ให้ประกันตัว ต้องทำอย่างไร
ความผิดพลาดที่ร้ายแรงคือยื่นคำร้องใหม่ด้วยข้อความเดิมและเพิ่มหลักทรัพย์โดยไม่อ่านคำสั่ง ขั้นแรกต้องทราบว่าศาลกังวลเรื่องใด คำสั่งมักระบุเหตุ เช่น ข้อหาและพฤติการณ์ร้ายแรง การกระทำเป็นเครือข่าย อัตราโทษสูง เสี่ยงหลบหนี ยุ่งเหยิงพยาน ก่ออันตราย หรือเคยผิดสัญญา
หลังอ่านเหตุผล มีสองเส้นทางหลักที่ต้องประเมิน
1. อุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ทวิ หากศาลชั้นต้นไม่อนุญาต ผู้ร้องมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งไปยังศาลอุทธรณ์ และกรณีคำสั่งของศาลอุทธรณ์อาจอุทธรณ์ไปยังศาลฎีกาตามลำดับที่กฎหมายกำหนด หากศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตยืนตามศาลชั้นต้น คำสั่งเป็นที่สุดในช่องทางนั้น แต่ไม่ตัดสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่
คำร้องอุทธรณ์ควรชี้ว่าคำสั่งเดิมประเมินข้อมูลใดไม่ครบ เหตุเสี่ยงสามารถจัดการด้วยเงื่อนไขใด และมีเอกสารใดรองรับ ไม่ควรเป็นการคัดลอกคำร้องเดิมแล้วเปลี่ยนชื่อศาล
2. ยื่นคำร้องใหม่
การยื่นใหม่เหมาะเมื่อมีข้อเท็จจริงใหม่หรือมาตรการที่มีนัยสำคัญ เช่น สอบพยานสำคัญเสร็จแล้ว จำเลยป่วยและมีแผนรักษาชัด มีผู้กำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ พร้อมมอบหนังสือเดินทาง ยอมรับ EM เปลี่ยนสถานที่พัก เสนอเงื่อนไขไม่ติดต่อพยาน หรือมีประวัติมาตามนัดต่อเนื่อง
คำว่า “เพิ่มหลักทรัพย์” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ที่เพียงพอเสมอ หากเหตุปฏิเสธไม่ใช่ความน่าเชื่อถือหรือมูลค่าหลักประกัน ทนายต้องเลือกว่าจะอุทธรณ์ ยื่นใหม่ หรือทำทั้งสองทางตามจังหวะและข้อกฎหมายอย่างรอบคอบ
แก้คำร้องตามเหตุที่ศาลเคยปฏิเสธอย่างไร
ศาลเห็นว่าอัตราโทษสูงและเสี่ยงหลบหนี
แสดงประวัติมาตามนัด ภูมิลำเนา งาน ทรัพย์สิน ครอบครัว และภาระในประเทศ เสนอส่งมอบหนังสือเดินทาง ห้ามออกนอกประเทศ รายงานตัว EM หรือผู้กำกับดูแลตามความเหมาะสม หากเคยเดินทางต่างประเทศแล้วกลับมาตามนัด ให้แนบหลักฐานที่ตรวจสอบได้
ศาลเห็นว่าเป็นการกระทำแบบขบวนการ
แยกบทบาทของผู้ร้องออกจากบุคคลอื่น อธิบายความสัมพันธ์และอำนาจควบคุม เสนอไม่ติดต่อผู้ร่วมคดีหรือพยาน และแสดงว่าเอกสารหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอยู่ในการครอบครองของเจ้าหน้าที่แล้วหรือไม่ หลีกเลี่ยงการโจมตีผู้ร่วมคดีจนขัดกับแนวต่อสู้ในอนาคต
ศาลเกรงว่าจะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ตรวจว่าพยานสำคัญได้รับการสอบสวนหรือสืบแล้วหรือยัง จำเลยมีอำนาจเหนือตัวพยานหรือเข้าถึงระบบข้อมูลหรือไม่ เสนอหยุดปฏิบัติหน้าที่บางส่วน ไม่เข้าพื้นที่ ไม่ติดต่อ และมอบอุปกรณ์หรือสิทธิการเข้าถึงตามคำสั่งเท่าที่ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลเกรงว่าจะก่ออันตรายหรือทำผิดซ้ำ
เสนอแผนกำกับที่เป็นรูปธรรม เช่น พักกับบุคคลที่รับผิดชอบ การรักษา การห้ามเข้าใกล้ผู้เสียหาย งดอาวุธ งดสารมึนเมา หรือรายงานตัว เอกสารจากผู้ดูแลและสถานพยาบาลควรบอกวิธีติดตาม ไม่ใช่รับรองเพียงว่าจะดูแลอย่างดี
ศาลเห็นว่าหลักประกันหรือผู้ประกันไม่น่าเชื่อถือ
แก้ความไม่ตรงของชื่อ เอกสารกรรมสิทธิ์ ราคาประเมิน ภาระผูกพัน ความยินยอม และความสัมพันธ์ หรือเปลี่ยนเป็นหลักประกันที่ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น อย่าใช้เอกสารที่จัดทำย้อนหลังหรือข้อมูลรายได้เกินจริง
จำเลยเคยขาดนัดหรือหลบหนี
ต้องอธิบายตามความจริงพร้อมหลักฐาน เช่น เหตุเจ็บป่วย การส่งหมายผิดที่ หรือเหตุสุดวิสัย จากนั้นแสดงมาตรการป้องกันการเกิดซ้ำ การกล่าวโทษผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐานหรือปิดบังการเดินทางอาจทำให้คำร้องเสียความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
การประกันตัวในคดีที่มักถูกพิจารณาอย่างเข้มงวด
คดียาเสพติด
ต้องตรวจชนิด ปริมาณ พฤติการณ์จำหน่ายหรือครอบครอง บทบาทของผู้ต้องหา เส้นทางเงิน ผู้ร่วมคดี และความเชื่อมโยงข้ามพื้นที่ คำร้องควรตอบความเสี่ยงหลบหนี เครือข่าย และการทำผิดซ้ำ รวมถึงตรวจคุณสมบัติผู้ประกันและหลักประกันตามกฎเฉพาะที่เกี่ยวข้อง
คดีฉ้อโกงประชาชน แชร์ลูกโซ่ และอาชญากรรมออนไลน์
มักมีผู้เสียหายจำนวนมาก ข้อมูลดิจิทัล บัญชีธนาคาร และผู้ร่วมคดีหลายราย ความกังวลสำคัญอาจเป็นการเข้าถึงระบบ การติดต่อผู้เสียหาย การโยกย้ายเงิน และการทำซ้ำ คำร้องต้องเชื่อมมาตรการกับบทบาทจริงของผู้ต้องหา
คดีฟอกเงินและทรัพย์สิน
การอายัดทรัพย์กับการประกันตัวเป็นคนละกระบวนการ แม้ได้รับปล่อยชั่วคราว ทรัพย์อาจยังถูกตรวจสอบหรืออายัด ควรเตรียมทั้งแผนเสรีภาพและแผนเอกสารที่มาของทรัพย์โดยไม่ปะปนกัน
คดีทุจริตหรือเจ้าพนักงาน
อำนาจหน้าที่และความสัมพันธ์กับพยานมีน้ำหนัก หากยังอยู่ในตำแหน่ง ต้องประเมินการเข้าถึงเอกสาร ผู้ใต้บังคับบัญชา และระบบงาน มาตรการพักงานหรือจำกัดการเข้าถึงอาจเกี่ยวข้อง แต่ต้องดูสถานะทางวินัยและกฎหมายอื่นประกอบ
คดีเพศ ความรุนแรง หรือคดีที่ผู้เสียหายต้องได้รับความคุ้มครอง
คำร้องควรคำนึงถึงความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว หลีกเลี่ยงการเปิดเผยชื่อหรือโจมตีผู้เสียหายต่อสาธารณะ อาจเสนอเงื่อนไขห้ามเข้าใกล้ ห้ามติดต่อ หรือพักคนละพื้นที่ตามความเหมาะสม
คดีมีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บสาหัส
นอกจากอัตราโทษ ศาลอาจพิจารณาพฤติการณ์ ความรับผิดชอบหลังเหตุ การเยียวยาที่ชอบ และความเสี่ยงต่อสังคม การชดใช้ไม่ใช่การซื้อผลคดีและไม่ควรใช้กดดันผู้เสียหายให้เปลี่ยนคำให้การ
หน้าที่หลังได้รับประกันตัว
มาตามนัดทุกครั้ง
บันทึกวันนัดจากเอกสาร ไม่อาศัยความจำ หากเปลี่ยนวันต้องมีหลักฐานจากหน่วยงาน กรณีเจ็บป่วยให้แจ้งทนายและศาลโดยเร็ว พร้อมเอกสาร ไม่ใช่ส่งใบรับรองหลังขาดนัดโดยหวังว่าศาลจะยอมรับเสมอ
ปฏิบัติตามเงื่อนไขทุกข้อ
อ่านคำสั่งและสัญญาอย่างละเอียด หากห้ามเดินทาง ห้ามติดต่อ หรือกำหนดรายงานตัว ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด การให้บุคคลอื่นติดต่อแทนอาจยังถูกมองว่าเป็นการฝ่าฝืนตามพฤติการณ์
แจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญ
การย้ายที่อยู่ เปลี่ยนงาน เปลี่ยนเบอร์ เดินทาง รักษาตัว หรือมีเหตุคุกคามควรแจ้งผู้รับผิดชอบ อย่าปล่อยให้เจ้าหน้าที่ติดต่อไม่ได้ เพราะอาจกระทบการประเมินความน่าเชื่อถือ
รักษาหลักฐานการปฏิบัติตาม
เก็บใบรายงานตัว ตั๋วเดินทาง หนังสืออนุญาต เอกสารแพทย์ และข้อความติดต่อกับผู้กำกับดูแล หากมีปัญหาภายหลังจะใช้แสดงว่าปฏิบัติตามหรือพยายามแก้ไขโดยสุจริต
ไม่ก่อคดีใหม่หรือแทรกแซงคดีเดิม
หลีกเลี่ยงการโพสต์ การข่มขู่ การทำลายเอกสาร การชักจูงพยาน และการติดต่อผู้เสียหายโดยไม่ผ่านแนวทางที่เหมาะสม แม้ตั้งใจขอโทษหรือเจรจา ก็อาจถูกตีความเป็นการกดดันได้
ถ้าผิดสัญญาประกัน จะเกิดอะไรขึ้น
หากผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มาตามนัดหรือฝ่าฝืนเงื่อนไข ศาลอาจออกหมายจับ เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว และบังคับตามสัญญาประกันหรือหลักประกัน นายประกันอาจถูกปรับตามวงเงิน และทรัพย์ที่วางอาจถูกบังคับตามขั้นตอน
นายประกันมีหน้าที่ติดตามให้ผู้ได้รับการปล่อยมาตามนัด หากเริ่มติดต่อไม่ได้หรือมีสัญญาณหลบหนี ควรรีบขอคำแนะนำเรื่องการแจ้งศาล การถอนประกัน หรือการส่งตัว ไม่ควรรอจนวันนัดผ่านไป การช่วยซ่อนตัวหรือทำข้อมูลเท็จอาจก่อความรับผิดอื่น
เมื่อคดีหรือภาระตามสัญญาสิ้นสุด ต้องดำเนินการถอนหรือรับคืนหลักประกันตามขั้นตอน เก็บใบรับต้นฉบับและตรวจชื่อผู้มีสิทธิรับคืน หากเอกสารสูญหายให้ติดต่อหน่วยงานโดยตรงและระวังผู้เรียกค่าดำเนินการโดยไม่มีอำนาจ
ระวังมิจฉาชีพเกี่ยวกับการประกันตัว
สถานการณ์เร่งด่วนทำให้ครอบครัวตรวจสอบน้อยลง จึงควรระวังบุคคลที่อ้างว่า
รู้จักผู้พิพากษา ตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่และ “รับรองผล” ได้
ต้องโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลทันทีโดยไม่มีใบเสนอราคา สัญญา หรือใบรับ
สามารถนำตัวออกมาได้โดยไม่ต้องมีคำสั่งจากผู้มีอำนาจ
ขอรหัส OTP รหัสธนาคาร หรือให้ติดตั้งแอปควบคุมโทรศัพท์
ให้ลงนามในเอกสารเปล่าหรือโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์โดยไม่อธิบาย
เรียกเงินก้อนเดียวโดยไม่แยกค่าทนาย เงินหลักประกัน และค่าใช้จ่ายภายนอก
ตรวจชื่อทนายและใบอนุญาต ตรวจสำนักงาน หมายเลขคดี และช่องทางชำระเงิน ผู้ที่ถูกจับไม่จำเป็นต้องใช้ “นายหน้าประกัน” เพื่อรับรองผล การยื่นต้องผ่านกระบวนการของตำรวจ อัยการ หรือศาล
ทนายประกันตัวช่วยอะไรได้บ้าง
งานของทนายไม่ใช่เพียงกรอกแบบฟอร์ม แต่ควรครอบคลุมตามขอบเขตที่ตกลง เช่น
ตรวจสถานะและประสานสถานที่ควบคุม
ตรวจหมายจับ บันทึกจับกุม คำร้องฝากขัง คำฟ้อง หรือคำพิพากษา
วิเคราะห์เหตุเสี่ยงและคำคัดค้าน
วางแผนผู้ยื่น ผู้กำกับดูแล หลักประกัน และเงื่อนไข
ตรวจเอกสารกรรมสิทธิ์และความพร้อมของหลักประกันเบื้องต้น
ร่างและยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่มีอำนาจ
ชี้แจงหรือจัดเอกสารเพิ่มเติมเมื่อได้รับคำสั่ง
ติดตามการปล่อยตัวและอธิบายเงื่อนไข
วิเคราะห์คำสั่งปฏิเสธเพื่ออุทธรณ์หรือยื่นใหม่
วางแผนต่อเนื่องกับการให้การและการต่อสู้คดีอาญา
ผู้ว่าจ้างควรถามว่าค่าบริการครอบคลุมเพียงคำร้องแรกหรือรวมอุทธรณ์คำสั่ง รวมการเดินทางหรือไม่ ใครเป็นผู้ไปยื่น และหากศาลขอเอกสารเพิ่มจะคิดอย่างไร การตกลงชัดเจนลดความขัดแย้งในเวลาที่ครอบครัวกำลังเครียด
กระบวนการรับเรื่องประกันตัวของทีมทนาย SLS 2017
1. รับข้อมูลฉุกเฉิน
แจ้งชื่อผู้ถูกควบคุม ข้อหา หน่วยงาน เลขคดี เวลา และบุคคลติดต่อ ทีมงานจะคัดกรองความเร่งด่วนและตรวจความขัดกันแห่งผลประโยชน์ก่อน
2. ตรวจเอกสารและชั้นคดี
ขอภาพเอกสารทุกหน้าและยืนยันว่าขณะนี้อำนาจอยู่กับตำรวจ อัยการ หรือศาลใด หากยังไม่มีเอกสาร จะระบุรายการที่ครอบครัวต้องขอจากเจ้าหน้าที่
3. ประเมินเหตุเสี่ยง
แยกประเด็นหลบหนี พยาน อันตราย กระบวนสอบสวน และความน่าเชื่อถือของหลักประกัน พร้อมระบุข้อมูลที่ยังขาด ไม่สรุปผลจากข้อหาเพียงชื่อเดียว
4. เสนอขอบเขตงานและค่าบริการ
แจ้งขั้นตอนที่รับผิดชอบ ค่าเดินทาง และงานที่ไม่รวม แยกเงินหลักประกันออกจากค่าทนายและค่าใช้จ่ายอื่นอย่างชัดเจน
5. เตรียมคำร้องและดำเนินการ
รวบรวมเอกสาร ร่างเหตุผล ตรวจชื่อและข้อมูล ยื่นต่อหน่วยงาน และติดตามคำสั่งตามขอบเขตที่ตกลง หากมีข้อจำกัดเรื่องเวลา เอกสาร หรือการเดินทางจะแจ้งก่อนดำเนินการ
6. วางแผนหลังมีคำสั่ง
หากอนุญาต อธิบายเงื่อนไขและนัดหมาย หากไม่อนุญาต อ่านเหตุผลและประเมินอุทธรณ์หรือคำร้องใหม่ การรับดำเนินคำร้องครั้งแรกไม่ใช่การรับประกันว่าจะรับงานทุกชั้นต่อเนื่อง ต้องตกลงขอบเขตเพิ่มเติมตามความจำเป็น
ค่าทนายประกันตัวคิดอย่างไร
ค่าบริการขึ้นกับความเร่งด่วน เวลาและสถานที่ควบคุม ระยะทาง ชั้นคดี จำนวนผู้ต้องหา ปริมาณเอกสาร ความซับซ้อนของเหตุเสี่ยง การต้องประสานหลายหน่วยงาน และงานต่อเนื่องกรณีถูกปฏิเสธ งานกลางคืนหรือต่างจังหวัดอาจมีค่าเดินทางและการจัดทีมต่างจากการยื่นในเวลาทำการ
ก่อนว่าจ้างควรถามให้ครบ
รวมการเข้าพบผู้ถูกควบคุมหรือไม่
รวมการร่างและยื่นคำร้องกี่ครั้ง
รวมคำร้องอุทธรณ์หรือคำร้องใหม่หรือไม่
รวมการหาเอกสารหลักประกันหรือเป็นหน้าที่ครอบครัว
ค่าเดินทาง ที่พัก และค่าธรรมเนียมใครรับผิดชอบ
หากย้ายสถานที่ควบคุมหรือฟ้องต่อศาล ต้องทำสัญญาใหม่หรือไม่
ใครเป็นทนายผู้รับผิดชอบและใครเป็นผู้ประสานงาน
เงินใดมีสิทธิรับคืนและต้องรับคืนจากใคร
อย่าเลือกจากราคาต่ำที่สุดเพียงอย่างเดียว ให้ดูว่าคำร้องตอบเหตุเสี่ยงหรือไม่ มีผู้รับผิดชอบชัดเจน และอธิบายข้อจำกัดตรงไปตรงมาหรือไม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันตัว
1. ทุกคดีสามารถยื่นขอประกันตัวได้หรือไม่
โดยหลักผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิยื่นคำร้องให้พิจารณา แม้เป็นคดีอัตราโทษสูงก็ไม่ควรสรุปว่า “ยื่นไม่ได้” แต่การอนุญาตและเงื่อนไขขึ้นกับข้อกฎหมาย พฤติการณ์และเหตุเสี่ยงเป็นรายกรณี
2. ประกันตัวแล้วถือว่าไม่มีความผิดหรือไม่
ไม่ใช่ การปล่อยชั่วคราวเป็นเรื่องเสรีภาพระหว่างดำเนินคดี ส่วนความผิดหรือความบริสุทธิ์จะพิจารณาจากพยานหลักฐานในคดี
3. ไม่มีเงินสด ขอประกันได้หรือไม่
อาจมีทางเลือก เช่น ขอปล่อยโดยไม่มีหลักประกัน ใช้บุคคล ทรัพย์ หนังสือค้ำประกัน ประกันภัยอิสรภาพ ผู้กำกับดูแล EM หรือกองทุนยุติธรรม ทั้งนี้ขึ้นกับกฎหมายและคำสั่งในแต่ละกรณี
4. ทนายรับรองได้ไหมว่าจะประกันออก
ไม่ควรมีผู้ใดรับรองผล ทนายช่วยเตรียมคำร้องและจัดการความเสี่ยงได้ แต่ผู้มีอำนาจเป็นผู้พิจารณา
5. ใช้โฉนดของญาติได้หรือไม่
อาจใช้ได้หากเจ้าของยินยอม เอกสารถูกต้อง มูลค่าเพียงพอ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ต้องตรวจคู่สมรส ภาระผูกพัน และหนังสือประเมินด้วย
6. ใช้รถยนต์เป็นหลักประกันได้หรือไม่
ขึ้นกับหลักเกณฑ์และการยอมรับของหน่วยงาน ไม่ควรขับรถไปโดยสันนิษฐานว่าจะใช้ได้ ให้ตรวจชนิดทรัพย์และเอกสารล่วงหน้า
7. ใช้บัตรเครดิตวางประกันได้หรือไม่
บางศาลหรือบางช่องทางอาจรองรับภายใต้เงื่อนไขและผู้ให้บริการที่กำหนด ต้องสอบถามศาลเจ้าของคดีโดยตรง รวมค่าธรรมเนียมและวงเงิน
8. ประกันภัยอิสรภาพคือเงินประกันหรือไม่
ไม่ใช่เงินสดที่วางต่อศาล แต่เป็นหนังสือรับรองความรับผิดจากบริษัทประกันตามกรมธรรม์ ศาลยังต้องพิจารณาว่าจะยอมรับและอนุญาตหรือไม่
9. ผู้ต้องหาประกันตัวเองได้หรือไม่
กฎหมายเปิดให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยยื่นขอปล่อยชั่วคราวตนเองได้ แต่รูปแบบประกันและเอกสารขึ้นกับคดีและหน่วยงาน
10. ทนายเป็นนายประกันให้ได้ไหม
บทบาททนายกับนายประกันแยกกัน แม้บางกรณีกฎอาจยอมรับบุคคลที่มีวิชาชีพเป็นผู้ประกัน แต่ไม่ใช่หน้าที่อัตโนมัติของทนาย ต้องตกลงและตรวจหลักเกณฑ์เฉพาะ
11. ถูกจับวันหยุดหรือกลางคืน ยื่นได้ไหม
ขึ้นกับหน่วยงานและเวลารับคำร้องของศาลหรือสถานีที่เกี่ยวข้อง ควรติดต่อยืนยันเวรและกำหนดนำตัว การเตรียมเอกสารทันทีช่วยลดความล่าช้า แต่ไม่ควรโฆษณาว่าดำเนินการได้ตลอด 24 ชั่วโมงหากสำนักงานไม่ได้จัดเวรจริง
12. ใช้เวลาพิจารณานานเท่าไร
ต่างกันตามเวลายื่น เอกสาร การตรวจหลักประกัน ความซับซ้อน และคำสั่ง หน่วยงานต้องตรวจตัวตนและทรัพย์ก่อน แม้ศาลมีคำสั่งแล้ว การส่งเอกสารปล่อยไปยังสถานที่ควบคุมอาจใช้เวลา
13. ได้ประกันที่สถานีตำรวจแล้วต้องประกันที่ศาลอีกหรือไม่
อาจต้องดำเนินการใหม่หรือส่งต่อหลักประกันเมื่ออำนาจเปลี่ยนจากตำรวจไปอัยการหรือศาล ต้องตรวจเอกสารและคำสั่ง ไม่ควรสันนิษฐานว่าต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ
14. ศาลไม่ให้ประกัน ยื่นใหม่ได้เมื่อใด
กฎหมายไม่ตัดสิทธิยื่นใหม่ แต่ควรมีข้อเท็จจริง มาตรการ หรือเอกสารที่ตอบเหตุเดิม การยื่นซ้ำทันทีด้วยข้อความเดิมมักไม่แก้ปัญหา
15. อุทธรณ์คำสั่งไม่ให้ประกันได้หรือไม่
ได้ตามลำดับและเงื่อนไขมาตรา 119 ทวิ ควรให้ทนายตรวจว่าคำสั่งมาจากศาลใดและชั้นใด รวมทั้งกำหนดวิธียื่นต่อศาลเจ้าของสำนวน
16. เพิ่มเงินประกันแล้วจะผ่านหรือไม่
ไม่แน่นอน หากเหตุปฏิเสธคือเสี่ยงยุ่งพยานหรือก่ออันตราย การเพิ่มเงินอาจไม่ตอบเหตุ ต้องใช้มาตรการที่ตรงกับความเสี่ยง
17. ติดกำไล EM แล้วศาลต้องให้ประกันไหม
ไม่ใช่ EM เป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยกำกับและลดความเสี่ยงบางด้าน แต่คำสั่งยังขึ้นกับภาพรวม และผู้ได้รับการปล่อยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับอุปกรณ์
18. ผู้กำกับดูแลคือใคร
เป็นบุคคลที่ยอมรับหน้าที่ดูแลและติดตามการปฏิบัติตามเงื่อนไขตามระบบที่ศาลกำหนด คุณสมบัติ หน้าที่ และการรายงานต้องเป็นไปตามกฎ ไม่ใช่เพียงเขียนชื่อญาติลงในคำร้อง
19. คนต่างชาติขอประกันได้หรือไม่
ยื่นได้ แต่ต้องให้ข้อมูลหนังสือเดินทาง วีซ่า ที่พัก งาน ความผูกพันในไทย และความเสี่ยงเดินทาง ศาลอาจกำหนดส่งมอบหนังสือเดินทางหรือห้ามออกนอกประเทศตามความเหมาะสม
20. จำเลยป่วย ศาลจะให้ประกันหรือไม่
สุขภาพเป็นข้อมูลประกอบ แต่ต้องมีเอกสารวินิจฉัย แผนรักษา ความจำเป็น และเหตุที่สถานที่ควบคุมไม่อาจรองรับตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงใบรับรองกว้าง ๆ และยังต้องตอบเหตุเสี่ยงอื่น
21. ชดใช้ผู้เสียหายแล้วจะได้ประกันไหม
การเยียวยาอาจเป็นข้อมูลหนึ่ง แต่ไม่รับประกันผลและต้องทำโดยสมัครใจ ไม่กดดันให้ถอนคำร้องหรือเปลี่ยนคำให้การ ควรประเมินผลต่อแนวต่อสู้คดีก่อน
22. ระหว่างประกันเดินทางต่างประเทศได้ไหม
ต้องตรวจคำสั่ง หากมีเงื่อนไขห้ามออกนอกราชอาณาจักร ต้องยื่นขออนุญาตก่อน แม้ไม่มีข้อความชัด การเดินทางที่กระทบวันนัดหรือการติดต่ออาจสร้างปัญหา จึงควรให้ทนายตรวจ
23. นายประกันขอถอนประกันได้ไหม
อาจยื่นขอถอนตามขั้นตอน โดยทั่วไปต้องคำนึงถึงการนำตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลและคำสั่งเกี่ยวกับหลักประกัน ไม่ควรเพียงแจ้งทางโทรศัพท์แล้วถือว่าพ้นหน้าที่
24. หลักประกันจะได้คืนเมื่อใด
เมื่อภาระตามสัญญาสิ้นสุดและศาลมีขั้นตอนคืน ผู้มีสิทธิต้องนำเอกสารและใบรับไปดำเนินการ ระยะเวลาขึ้นกับชนิดทรัพย์และหน่วยงาน หากผิดสัญญาอาจถูกบังคับหรือริบตามคำสั่ง
25. ควรจ้างทนายตั้งแต่เมื่อใด
ทันทีที่ทราบว่ามีหมายจับ ถูกควบคุม กำลังถูกฝากขัง หรือมีวันฟังคำพิพากษาที่อาจต้องเตรียมประกัน การเตรียมก่อนวันสำคัญช่วยให้ตรวจเอกสารและเหตุเสี่ยงได้ดีกว่ารอหลังถูกขัง
26. ถ้ายังไม่รู้ข้อหา ติดต่อทนายได้หรือไม่
ได้ แจ้งชื่อ สถานที่ควบคุม เวลา และหน่วยงานก่อน ทนายอาจช่วยประสานเพื่อยืนยันสถานะ แต่การให้ความเห็นจะต้องรอเอกสารหรือข้อมูลจากผู้มีอำนาจ
27. ต้องเปิดเผยประวัติคดีเก่าหรือการขาดนัดหรือไม่
ควรเปิดเผย เพราะข้อมูลอาจปรากฏในสำนวน การรู้ล่วงหน้าช่วยเตรียมคำอธิบายและหลักฐาน การปิดบังทำลายความน่าเชื่อถือของคำร้อง
28. การยื่นประกันกับการต่อสู้คดีต้องใช้ทนายคนเดียวกันไหม
ไม่จำเป็นในทางหลักการ แต่การวางแผนร่วมกันช่วยไม่ให้ถ้อยคำในคำร้องขัดกับคำให้การหรือแนวต่อสู้ ควรส่งเอกสารทั้งหมดให้ทนายคดีหลักตรวจ
29. สามารถประกันตัวทั่วประเทศได้หรือไม่
ทีมทนายอาจรับดำเนินการต่างจังหวัดตามความพร้อม พื้นที่ และเวลาที่เหลือ ต้องแจ้งสถานี ศาล จังหวัด และกำหนดนำตัวเพื่อวางผู้รับผิดชอบและค่าเดินทางให้ชัดเจน
30. ติดต่อครั้งแรกต้องส่งอะไร
ส่งชื่อผู้ถูกควบคุม สถานที่ ข้อหา เลขคดี เวลา เอกสารทุกหน้า ชื่อผู้ติดต่อ และหลักประกันที่มี อย่าส่งรหัสผ่าน OTP หรือข้อมูลธนาคารที่ไม่จำเป็น
ต้องการประกันตัวเร่งด่วน ให้เริ่มจากข้อมูล 7 รายการนี้
เพื่อให้ทีมทนายคัดกรองเรื่องได้เร็ว โปรดเตรียม
ชื่อ–นามสกุลและเลขบัตรหรือวันเกิดของผู้ถูกควบคุมเท่าที่จำเป็น
สถานีตำรวจ ศาล เรือนจำ หรือหน่วยงานที่ควบคุมตัว
ข้อหาและเลขคดีจากเอกสารจริง
เวลาถูกจับ เวลานำตัว และวันนัดถัดไป
ภาพหมายจับ บันทึกจับกุม คำร้องฝากขัง คำฟ้อง คำพิพากษา หรือคำสั่งไม่ให้ประกันทุกหน้า
ข้อมูลภูมิลำเนา งาน ครอบครัว สุขภาพ และประวัติมาตามนัด
ผู้ขอประกันและหลักประกันที่มี พร้อมแจ้งว่าเป็นของใครและมีภาระหรือไม่
บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด
โทร: 099-096-4440, 063-995-3361
โทร: 02-103-1961, 02-000-4270
LINE: @sls2017
เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz
โปรดแจ้งกำหนดนำตัวหรือวันนัดตั้งแต่ข้อความแรก การติดต่อยังไม่ถือว่าเกิดสัญญาว่าจ้างหรือรับรองว่าจะรับดำเนินการได้ทุกเรื่อง การรับงานต้องผ่านการตรวจความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตรวจข้อมูล และตกลงขอบเขตกับค่าบริการก่อน
ข้อสงวนสิทธิทางกฎหมาย
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการประกันตัวและการขอปล่อยชั่วคราว ไม่ใช่คำปรึกษาสำหรับคดีใดโดยเฉพาะ ไม่ก่อให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างทนายกับผู้ว่าจ้าง และไม่รับประกันผลการพิจารณา กฎหมาย ข้อบังคับ แบบคำร้อง ระบบออนไลน์ และแนวปฏิบัติของแต่ละหน่วยงานอาจเปลี่ยนแปลง ผู้อ่านควรให้ทนายตรวจเอกสารและตรวจข้อมูลกับตำรวจ อัยการ หรือศาลเจ้าของคดีก่อนดำเนินการ
