ทนายครอบครัว ทีมทนายความมืออาชีพ ทนายคดีอาญา ทนายคดีแพ่ง ทนายคดีปกครอง ทนายความคดีฟอกเงิน ทนายคดีภาษี พร้อมอดีตผู้พิพากษา ทีมที่ปรึกษากฎหมายนักกฎหมายพร้อมดูแล ติดต่อโทร 099-096-4440, 063-995-3361, 02-103-1961, 02-000-4270 หรือ ไลน์: @sls2017
ทนายครอบครัว ดูแลคดีหย่า สินสมรส บุตร และข้อพิพาทในครอบครัวอย่างรอบคอบ
คดีครอบครัวไม่ใช่เพียงข้อพิพาททางกฎหมาย แต่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ ความปลอดภัย ทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย อนาคตของบุตร และข้อมูลส่วนตัวที่อ่อนไหวที่สุดของแต่ละคน
การตัดสินใจด้วยความโกรธ ความกลัว หรือความรีบร้อนอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้น เช่น พาบุตรออกจากที่อยู่โดยไม่วางแผน โอนทรัพย์สิน ติดต่อกดดันบุคคลที่สาม หรือเผยแพร่เรื่องส่วนตัวผ่านสื่อสังคมออนไลน์จนเกิดคดีใหม่
ทนายครอบครัวของบริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด ให้บริการวิเคราะห์ข้อเท็จจริง ตรวจพยานหลักฐาน เจรจา ร่างข้อตกลง และ ดำเนินคดีเกี่ยวกับการหย่า สินสมรส อำนาจปกครองบุตร ค่าอุปการะเลี้ยงดู การรับรองบุตร การเรียกค่าทดแทน และข้อพิพาท ครอบครัวต่างสัญชาติ
เป้าหมายของงานคดีครอบครัวไม่ควรจำกัดอยู่ที่คำว่า “ชนะ” แต่ควรพิจารณาว่า
- ลูกความและบุตรมีความปลอดภัยหรือไม่
- การสมรสจะดำเนินต่อหรือยุติอย่างไร
- ทรัพย์สินและหนี้สินต้องจัดการอย่างไร
- ใครมีหน้าที่ดูแลบุตร
- บุตรจะพักอาศัยและพบอีกฝ่ายอย่างไร
- ค่าใช้จ่ายของบุตรควรถูกกำหนดอย่างไร
- ข้อตกลงสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่
- มีทรัพย์สินหรือเอกสารในต่างประเทศหรือไม่
- ต้องรักษาความลับและชื่อเสียงอย่างไร
หากท่านกำลังเผชิญปัญหาชีวิตคู่ ถูกทำร้าย ถูกทอดทิ้ง มีข้อพิพาทเรื่องบุตร หรือสงสัยว่าทรัพย์สินกำลังถูกโอน ควรปรึกษาทนายก่อนลงนามหรือดำเนินการที่อาจกระทบสิทธิ
บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด
บริการทนายครอบครัวและที่ปรึกษากฎหมาย
โทรศัพท์: 099-096-4440
โทรศัพท์: 063-995-3361
โทรศัพท์: 02-103-1961
โทรศัพท์: 02-000-4270
LINE Official: @sls2017
เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz
ทนายครอบครัวให้บริการเรื่องใดบ้าง
- ให้คำปรึกษาก่อนหย่า
- เจรจาหย่าโดยความยินยอม
- ร่างบันทึกข้อตกลงการหย่า
- ฟ้องหย่าเมื่ออีกฝ่ายไม่ยินยอม
- ต่อสู้คดีหย่า
- แบ่งสินสมรส
- ตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน
- ขออำนาจปกครองบุตร
- กำหนดที่อยู่อาศัยของบุตร
- กำหนดสิทธิพบและติดต่อบุตร
- เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู
- ขอแก้ไขข้อตกลงเกี่ยวกับบุตร
- รับรองบุตร
- ขอให้เพิกถอนหรือจำกัดอำนาจปกครองตามเหตุแห่งกฎหมาย
- ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสหรือบุคคลภายนอกตามเงื่อนไขกฎหมาย
- จัดการกรณีความรุนแรงในครอบครัว
- คดีครอบครัวระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ
- ตรวจเอกสารสมรสหรือหย่าจากต่างประเทศ
- จัดทำสัญญาก่อนสมรส
- ให้คำปรึกษาเรื่องทรัพย์สินของคู่สมรส
- ดำเนินการตามคำพิพากษาหรือข้อตกลง
หากมีความรุนแรงในครอบครัว ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยก่อน
หากกำลังถูกทำร้าย ข่มขู่ ควบคุม กักขัง หรือมีอาวุธเกี่ยวข้อง ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของตนเองและบุตรก่อนการรวบรวมหลักฐาน
ในเหตุฉุกเฉิน ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หน่วยแพทย์ หรือหน่วยงานช่วยเหลือที่เกี่ยวข้อง และเดินทางไปยังสถานที่ปลอดภัยหากสามารถทำได้โดยไม่เพิ่มความเสี่ยง
หลักฐานที่อาจมีความสำคัญ ได้แก่
- ภาพบาดแผล
- ใบรับรองแพทย์และเวชระเบียน
- บันทึกประจำวัน
- ข้อความข่มขู่
- บันทึกการโทร
- ภาพความเสียหายในบ้าน
- กล้องวงจรปิด
- รายชื่อผู้เห็นเหตุการณ์
- ประวัติการเกิดเหตุครั้งก่อน
- เอกสารค่าใช้จ่ายในการรักษา
- หลักฐานผลกระทบต่อบุตร
ไม่ควรกลับไปเผชิญหน้าหรือพยายามเก็บหลักฐานเพิ่มเติมหากอาจเป็นอันตราย การดำเนินการด้านกฎหมายควรวางคู่กับแผนความปลอดภัย
ต้องการหย่า แต่คู่สมรสไม่ยอม ทำอย่างไร
การหย่ามีสองแนวทางหลัก
การหย่าโดยความยินยอม
เหมาะเมื่อคู่สมรสตกลงยุติการสมรสและสามารถตกลงเรื่องทรัพย์สิน หนี้สิน บุตร ค่าอุปการะ และเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
การไปจดทะเบียนหย่าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากยังไม่มีข้อตกลงที่ชัดเจนเรื่อง
- บ้านและที่อยู่อาศัย
- รถยนต์
- เงินฝาก
- หุ้นและกิจการ
- หนี้สิน
- อำนาจปกครองบุตร
- ที่พักอาศัยของบุตร
- ค่าเลี้ยงดู
- ค่าเล่าเรียน
- ค่ารักษาพยาบาล
- การเดินทางต่างประเทศ
- การพบและติดต่อบุตร
- เอกสารหรือทรัพย์สินที่ต้องส่งมอบ
ข้อตกลงควรเขียนให้ปฏิบัติได้จริง ไม่ใช้ถ้อยคำกว้างจนเกิดข้อพิพาทใหม่ และควรตรวจว่าข้อใดสามารถนำไปจดทะเบียนหรือบังคับได้ตามกฎหมาย
การฟ้องหย่า
หากคู่สมรสไม่ยินยอม ต้องตรวจว่าข้อเท็จจริงเข้าเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายหรือไม่ และมีหลักฐานสนับสนุนเพียงใด
การไม่รักกัน ทะเลาะกัน หรือไม่ต้องการใช้ชีวิตร่วมกันเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ ต้องวิเคราะห์พฤติการณ์อย่างละเอียด เช่น
- การมีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น
- การอุปการะหรือยกย่องบุคคลอื่นในลักษณะคู่สมรส
- การประพฤติผิดอย่างร้ายแรง
- การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ
- การทอดทิ้ง
- การไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะตามสมควร
- การแยกกันอยู่
- เหตุด้านสุขภาพหรือสภาพบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด
- การผิดทัณฑ์บนหรือข้อตกลงที่มีผลตามกฎหมาย
เหตุแต่ละประเภทมีองค์ประกอบและเงื่อนไขต่างกัน จึงไม่ควรคัดลอกคำฟ้องจากคดีของบุคคลอื่นมาใช้โดยไม่ตรวจข้อเท็จจริงของตน
ก่อนฟ้องหย่า ต้องวางแผน 5 เรื่องพร้อมกัน
1. สถานะการสมรสและเหตุฟ้อง
ต้องตรวจทะเบียนสมรส วันที่จดทะเบียน เหตุการณ์สำคัญ และหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
2. ทรัพย์สินและหนี้สิน
จัดทำรายการทรัพย์ทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะทรัพย์ที่ถือชื่อร่วมกัน รวมถึงทรัพย์ที่ถือชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ได้มาระหว่างสมรส
3. บุตร
กำหนดเป้าหมายเรื่องอำนาจปกครอง ที่อยู่อาศัย การศึกษา สุขภาพ และการติดต่อกับอีกฝ่าย
4. ความปลอดภัยและที่อยู่อาศัย
วางแผนว่าระหว่างคดีแต่ละฝ่ายจะพักอยู่ที่ใด ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และจะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งอย่างไร
5. ผลกระทบทางธุรกิจและภาษี
หากคู่สมรสมีบริษัท หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือรายได้หลายช่องทาง ต้องตรวจผลของการแบ่งทรัพย์และการโอนอย่างรอบคอบ
ทนายฟ้องหย่าช่วยอะไรได้บ้าง
ทนายสามารถช่วย
- ตรวจทะเบียนสมรส
- วิเคราะห์เหตุฟ้องหย่า
- ตรวจอายุความของสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำลำดับเหตุการณ์
- ตรวจหลักฐาน
- สำรวจรายการทรัพย์และหนี้
- ประเมินข้อเรียกร้องเกี่ยวกับบุตร
- เจรจาก่อนฟ้อง
- ร่างข้อตกลง
- จัดทำคำฟ้องหรือคำให้การ
- เตรียมพยาน
- ดำเนินคดีในศาล
- ประสานการไกล่เกลี่ย
- ตรวจร่างคำพิพากษาตามยอม
- ดำเนินการภายหลังคำพิพากษา
แบ่งสินสมรสอย่างไร
ก่อนแบ่งทรัพย์ ต้องจำแนกว่าอะไรเป็นสินส่วนตัว อะไรเป็นสินสมรส และหนี้ใดเกี่ยวข้องกับครอบครัวหรือกิจการร่วมกัน
ทรัพย์ที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- บ้าน
- ที่ดิน
- ห้องชุด
- รถยนต์
- เงินฝาก
- หุ้น
- หน่วยลงทุน
- กองทุน
- เงินปันผล
- บริษัทและกิจการ
- เครื่องจักร
- ทองคำและทรัพย์สินมีค่า
- กรมธรรม์
- สิทธิในสัญญา
- ลูกหนี้
- ทรัพย์สินดิจิทัล
- ทรัพย์สินในต่างประเทศ
- สิทธิการเช่าหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจ
หนี้ที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
- สินเชื่อบ้าน
- สินเชื่อรถ
- บัตรเครดิต
- หนี้ธุรกิจ
- เงินกู้จากบุคคล
- ภาระค้ำประกัน
- ภาษี
- หนี้ที่เกิดจากการใช้จ่ายส่วนตัว
การมีชื่อเพียงฝ่ายเดียวในโฉนด บัญชี หรือทะเบียนรถไม่ได้เป็นคำตอบสุดท้ายว่าทรัพย์นั้นเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส ต้องตรวจวันและที่มาของการได้ทรัพย์ด้วย
หากคู่สมรสโอนหรือซ่อนทรัพย์สิน ควรทำอย่างไร
ควรรวบรวมเอกสารอย่างถูกต้องและไม่เข้าถึงบัญชีหรืออุปกรณ์ของอีกฝ่ายโดยมิชอบ
ข้อมูลที่ควรเก็บ ได้แก่
- เอกสารกรรมสิทธิ์ที่มีอยู่โดยชอบ
- รายการทรัพย์สินเดิม
- หนังสือรับรองบริษัท
- รายงานประชุมและทะเบียนผู้ถือหุ้นที่เข้าถึงได้โดยชอบ
- หลักฐานรายได้
- หลักฐานการโอนที่ตนเป็นคู่รายการ
- สัญญาซื้อขาย
- รายละเอียดทรัพย์ที่เคยอยู่ในครอบครอง
- ข้อความที่เกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์
- พยานที่ทราบข้อเท็จจริง
ทนายต้องประเมินว่ามีมาตรการทางกฎหมายใดที่เหมาะสม และมีหลักฐานเพียงพอหรือไม่ ไม่ควรกล่าวหาว่าอีกฝ่ายซ่อนทรัพย์โดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
ธุรกิจและหุ้นของคู่สมรสแบ่งอย่างไร
กรณีมีบริษัทหรือกิจการ ต้องแยกระหว่าง
- ตัวหุ้นหรือส่วนได้เสีย
- เงินลงทุน
- เงินปันผล
- เงินเดือน
- เงินกู้ยืมกรรมการ
- ทรัพย์สินของบริษัท
- ทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้น
- ชื่อเสียงและมูลค่าทางธุรกิจ
- หนี้สินของกิจการ
- ภาระค้ำประกัน
ทรัพย์สินของบริษัทไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของผู้ถือหุ้นโดยอัตโนมัติ การแบ่งสินสมรสจึงต้องวิเคราะห์สิทธิในหุ้นหรือผลประโยชน์ของคู่สมรส โดยไม่ทำให้เข้าใจว่าคู่สมรสสามารถนำทรัพย์บริษัทมาแบ่งกันได้ทันที
อำนาจปกครองบุตรคืออะไร
อำนาจปกครองเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจสำคัญในชีวิตบุตร เช่น
- ที่อยู่อาศัย
- การศึกษา
- การรักษาพยาบาล
- การจัดการทรัพย์สินของบุตร
- การเดินทาง
- การติดต่อหน่วยงาน
- การให้ความยินยอมในเรื่องสำคัญ
การพิจารณาเรื่องบุตรควรยึดประโยชน์และสวัสดิภาพของบุตรเป็นสำคัญ ไม่ใช่ใช้บุตรเป็นเครื่องต่อรองด้านทรัพย์สินหรือความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่
ศาลพิจารณาเรื่องบุตรจากอะไร
ข้อเท็จจริงที่อาจมีความสำคัญ ได้แก่
- ผู้ใดดูแลบุตรมาโดยต่อเนื่อง
- ความสัมพันธ์ระหว่างบุตรกับแต่ละฝ่าย
- ความปลอดภัย
- สภาพที่อยู่อาศัย
- เวลาและความสามารถในการดูแล
- การศึกษาและสุขภาพ
- ความประพฤติที่กระทบบุตร
- ความพร้อมสนับสนุนให้อีกฝ่ายมีความสัมพันธ์กับบุตร
- ความเห็นของบุตรตามวัยและวุฒิภาวะ
- ประวัติความรุนแรงหรือการละเลย
- ความต่อเนื่องของสภาพแวดล้อม
ฐานะทางการเงินสูงกว่าเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าจะได้รับอำนาจปกครองเสมอไป เพราะต้องพิจารณาความเหมาะสมโดยรวม
อีกฝ่ายไม่ให้พบบุตร ต้องทำอย่างไร
ควรเก็บหลักฐานการขอพบ การตอบปฏิเสธ ข้อตกลงเดิม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยใช้ถ้อยคำสุภาพและไม่ข่มขู่
ไม่ควร
- แย่งตัวบุตร
- ไปเผชิญหน้าที่โรงเรียน
- โพสต์ประจาน
- ใช้บุตรเป็นผู้ส่งข้อความ
- ข่มขู่ผู้ดูแล
- ฝ่าฝืนคำสั่งหรือข้อตกลงที่มีผลอยู่
ทนายสามารถช่วยเจรจาตารางพบ กำหนดสถานที่รับ–ส่ง เงื่อนไขการเดินทาง และดำเนินการต่อศาลเมื่อไม่สามารถตกลงกันได้
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรคิดอย่างไร
ไม่มีจำนวนเดียวที่เหมาะกับทุกครอบครัว ต้องพิจารณา
- อายุของบุตร
- ค่าอาหาร
- ค่าเล่าเรียน
- ค่าเครื่องแบบและอุปกรณ์
- ค่ารักษาพยาบาล
- ค่าที่อยู่อาศัย
- ค่าเดินทาง
- ค่าเลี้ยงดูพิเศษ
- รายได้และความสามารถของบิดามารดา
- วิถีชีวิตเดิมของบุตร
- จำนวนบุตรหรือบุคคลที่ต้องอุปการะ
ควรเก็บใบเสร็จ ค่าเทอม หลักฐานค่ารักษา และตารางค่าใช้จ่ายจริง ไม่ควรเรียกหรือปฏิเสธจำนวนเงินจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
ข้อตกลงควรกำหนดวันชำระ วิธีชำระ ค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายพิเศษ และวิธีตัดสินใจเรื่องค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ให้ชัดเจน
การรับรองบุตรและสิทธิของบิดา
กรณีบิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรส ต้องตรวจสถานะทางกฎหมายของบิดา การรับรองบุตร อำนาจปกครอง และหน้าที่อุปการะเป็นรายกรณี
เอกสารที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วย
- สูติบัตร
- ทะเบียนบ้าน
- หลักฐานความสัมพันธ์
- หลักฐานการอุปการะ
- ภาพและการติดต่อ
- พยานบุคคล
- ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ หากจำเป็นตามกระบวนการ
- ข้อตกลงระหว่างบิดามารดา
การมีชื่อในสูติบัตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบทุกประเด็นเกี่ยวกับสถานะและอำนาจปกครอง จึงควรให้ทนายตรวจข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี
ฟ้องชู้หรือเรียกค่าทดแทนทำได้หรือไม่
สิทธิเรียกค่าทดแทนต้องพิจารณาสถานะการสมรส พฤติการณ์ ความสัมพันธ์ของบุคคลภายนอก การเปิดเผยหรือยกย่องในลักษณะที่กฎหมายกำหนด อายุความ และหลักฐาน
หลักฐานที่อาจมีความสำคัญ ได้แก่
- ภาพถ่าย
- ข้อความ
- การแสดงตัวต่อสาธารณะ
- การพักอาศัยร่วมกัน
- การเดินทาง
- เอกสารทางการเงิน
- พยานที่ทราบความสัมพันธ์
- ข้อมูลจากสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้มาโดยชอบ
ไม่ควรเข้าถึงโทรศัพท์ อีเมล หรือบัญชีของบุคคลอื่นโดยไม่มีสิทธิ และไม่ควรเผยแพร่ภาพหรือกล่าวหาต่อสาธารณะ เพราะอาจเกิดความรับผิดทางแพ่งหรืออาญาเพิ่มเติม
จำนวนค่าทดแทนไม่มีสูตรตายตัว และไม่ควรรับรองล่วงหน้าว่าจะได้ตามจำนวนที่เรียก ศาลจะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานของคดี
ถูกฟ้องชู้หรือเรียกค่าทดแทน ต้องต่อสู้อย่างไร
ฝ่ายจำเลยควรตรวจ
- โจทก์มีสถานะเป็นคู่สมรสโดยชอบหรือไม่
- ความสัมพันธ์ที่กล่าวหาเกิดขึ้นจริงหรือไม่
- จำเลยทราบสถานะของอีกฝ่ายหรือไม่
- พฤติการณ์เข้าเงื่อนไขตามกฎหมายหรือไม่
- หลักฐานได้มาอย่างไร
- หลักฐานแสดงบริบทครบถ้วนหรือไม่
- สิทธิเรียกร้องพ้นกำหนดหรือไม่
- จำนวนเงินสัมพันธ์กับข้อเท็จจริงหรือไม่
ไม่ควรลบข้อมูลหรือสร้างเอกสารย้อนหลัง ควรรักษาหลักฐานต้นฉบับและแจ้งข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่ทนาย
คดีครอบครัวระหว่างคนไทยกับชาวต่างชาติ
คดีครอบครัวต่างสัญชาติอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายมากกว่าหนึ่งประเทศ เช่น
- จดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ
- จดทะเบียนหย่าในประเทศไทย
- การรับรองคำพิพากษาหรือเอกสารหย่า
- ทรัพย์สินในหลายประเทศ
- บุตรถือสองสัญชาติ
- การเดินทางของบุตร
- หนังสือยินยอม
- ที่อยู่ของคู่สมรสในต่างประเทศ
- การส่งหมาย
- หนังสือมอบอำนาจ
- การรับรองและแปลเอกสาร
ไม่ควรสรุปว่าคำพิพากษาหรือใบหย่าจากประเทศหนึ่งจะมีผลในอีกประเทศโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจขั้นตอนของประเทศที่เกี่ยวข้อง
พาบุตรไปต่างประเทศโดยอีกฝ่ายไม่ยินยอมได้หรือไม่
เป็นเรื่องที่ต้องประเมินอย่างระมัดระวัง โดยพิจารณา
- ใครมีอำนาจปกครอง
- มีคำสั่งหรือข้อตกลงใดอยู่หรือไม่
- วัตถุประสงค์และระยะเวลาเดินทาง
- อีกฝ่ายให้ความยินยอมหรือไม่
- การเดินทางกระทบสิทธิของอีกฝ่ายหรือไม่
- ประเทศปลายทางและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ความเสี่ยงที่จะไม่พาบุตรกลับ
ไม่ควรพาบุตรออกนอกประเทศเพื่อกีดกันอีกฝ่ายโดยไม่ตรวจผลทางกฎหมาย เพราะอาจทำให้ข้อพิพาทรุนแรงและซับซ้อนขึ้น
สัญญาก่อนสมรส
สัญญาก่อนสมรสมีเป้าหมายกำหนดเรื่องทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส แต่ต้องจัดทำและจดแจ้งตามรูปแบบและเวลาที่กฎหมายกำหนด
ควรตรวจ
- ทรัพย์สินเดิมของแต่ละฝ่าย
- หุ้นและกิจการ
- อสังหาริมทรัพย์
- หนี้สิน
- ทรัพย์สินในต่างประเทศ
- รายได้จากทรัพย์ส่วนตัว
- การจัดการทรัพย์
- ข้อจำกัดตามกฎหมายไทย
ไม่ควรใช้สัญญาต้นแบบจากต่างประเทศโดยไม่ตรวจผลตามกฎหมายไทย
การไกล่เกลี่ยคดีครอบครัว
การไกล่เกลี่ยช่วยลดความขัดแย้งได้ หากไม่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยหรือการกดดันที่ไม่เป็นธรรม
ข้อตกลงควรครอบคลุม
- การหย่า
- การแบ่งทรัพย์
- การรับผิดหนี้
- อำนาจปกครอง
- ที่อยู่ของบุตร
- ตารางพบและรับ–ส่งบุตร
- ค่าอุปการะ
- ค่าเล่าเรียน
- ค่ารักษาพยาบาล
- การเดินทาง
- การสื่อสาร
- การส่งมอบเอกสาร
- วิธีแก้ไขข้อขัดแย้งในอนาคต
คำว่า “ให้พบได้ตามสมควร” หรือ “ช่วยค่าเลี้ยงดูตามกำลัง” อาจกว้างเกินไป ควรระบุวัน เวลา จำนวน และวิธีปฏิบัติให้ชัดเจน
หลักฐานดิจิทัลในคดีครอบครัว
หลักฐานดิจิทัลอาจมีประโยชน์ แต่ต้องรักษาที่มาและความครบถ้วน
ควรเก็บ
- ภาพหน้าจอที่เห็นชื่อบัญชีและวันเวลา
- ข้อความก่อนและหลังส่วนสำคัญ
- URL หรือข้อมูลบัญชี
- ไฟล์ต้นฉบับ
- อุปกรณ์ต้นทาง
- วันที่บันทึก
- บุคคลที่ได้รับหรือพบข้อความ
- สำเนาสำรอง
ไม่ควรตัดต่อ สร้างบัญชีปลอม เข้าระบบของบุคคลอื่น หรือเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวเพื่อกดดันคู่กรณี
เอกสารที่ควรเตรียมก่อนพบทนายครอบครัว
- บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง
- ทะเบียนสมรส
- สูติบัตรบุตร
- ทะเบียนบ้าน
- สัญญาก่อนสมรส
- ข้อตกลงเดิม
- เอกสารทรัพย์สิน
- เอกสารหนี้สิน
- รายการเดินบัญชีที่มีโดยชอบ
- หลักฐานรายได้
- ค่าใช้จ่ายบุตร
- ข้อความและอีเมล
- ภาพถ่าย
- บันทึกประจำวัน
- ใบรับรองแพทย์
- เอกสารบริษัทและหุ้น
- เอกสารจากต่างประเทศ
- ลำดับเหตุการณ์ตามวันที่
- รายชื่อพยาน
ขั้นตอนใช้บริการทนายครอบครัว SLS 2017
ขั้นตอนที่ 1 แจ้งสถานการณ์และความเร่งด่วน
แจ้งว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เรื่องบุตร ทรัพย์สิน หรือวันนัดศาลหรือไม่
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจความขัดกันแห่งผลประโยชน์
บริษัทตรวจว่าเคยให้บริการคู่สมรสหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องมาก่อนหรือไม่
ขั้นตอนที่ 3 นัดปรึกษาอย่างเป็นความลับ
รับฟังข้อเท็จจริง เป้าหมาย และข้อกังวล โดยแยกเรื่องความสัมพันธ์ออกจากประเด็นที่ต้องพิสูจน์ทางกฎหมาย
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจเอกสารและหลักฐาน
ตรวจทะเบียนสมรส ทรัพย์สิน หนี้สิน บุตร ข้อความ และเอกสารจากต่างประเทศ
ขั้นตอนที่ 5 เสนอทางเลือก
เปรียบเทียบการเจรจา หย่าโดยยินยอม ฟ้องหย่า ขอคำสั่งเกี่ยวกับบุตร หรือดำเนินการด้านความปลอดภัย
ขั้นตอนที่ 6 กำหนดขอบเขตและค่าบริการ
ระบุว่าครอบคลุมการเจรจา ร่างข้อตกลง ฟ้องคดี วันนัด และเรื่องทรัพย์หรือบุตรเพียงใด
ขั้นตอนที่ 7 ดำเนินงานและรายงานความคืบหน้า
แจ้งวันนัด เอกสารที่ยื่น ผลการเจรจา และสิ่งที่ลูกความต้องเตรียม
ค่าทนายครอบครัวคิดอย่างไร
ค่าบริการขึ้นอยู่กับ
- เป็นการหย่าโดยยินยอมหรือฟ้องคดี
- จำนวนประเด็นพิพาท
- มูลค่าและจำนวนทรัพย์สิน
- จำนวนบุตร
- จำนวนพยาน
- เอกสารต่างประเทศ
- ความซับซ้อนของธุรกิจหรือหุ้น
- จำนวนวันนัด
- พื้นที่เดินทาง
- ความเร่งด่วน
- คดีเกี่ยวเนื่อง
ก่อนจ้างควรถามว่า
- รวมการเจรจาหรือไม่
- รวมร่างข้อตกลงหรือไม่
- รวมประเด็นสินสมรสหรือไม่
- รวมประเด็นบุตรหรือไม่
- รวมฟ้องบุคคลภายนอกหรือไม่
- รวมค่าธรรมเนียมศาลหรือไม่
- รวมอุทธรณ์หรือไม่
- ใครเป็นผู้รับผิดชอบสำนวน
- มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรณีใด
วิธีเลือกทนายครอบครัว
ควรเลือกทนายที่
- มีใบอนุญาตและตรวจสอบตัวตนได้
- เข้าใจกฎหมายครอบครัวและกระบวนการศาล
- รับฟังโดยไม่ตัดสิน
- ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและประโยชน์ของบุตร
- อธิบายผลดีและผลเสียอย่างตรงไปตรงมา
- รักษาความลับ
- ไม่ยุยงให้เกิดความขัดแย้งเพื่อเพิ่มงาน
- มีขอบเขตและค่าบริการเป็นลายลักษณ์อักษร
- ไม่รับรองผลคดี
- ไม่อ้างว่าสามารถวิ่งเต้นศาลหรือเจ้าหน้าที่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทนายครอบครัว
ถาม: คู่สมรสไม่ยอมหย่า ฟ้องได้หรือไม่
ตอบ: ต้องมีข้อเท็จจริงเข้าเหตุฟ้องหย่าตามกฎหมายและมีหลักฐานสนับสนุน ไม่สามารถบังคับหย่าจากความต้องการฝ่ายเดียวโดยไม่มีเหตุทางกฎหมาย
ถาม: แยกกันอยู่นานแล้วถือว่าหย่าโดยอัตโนมัติหรือไม่
ตอบ: ไม่ถือว่าการสมรสสิ้นสุดโดยอัตโนมัติ ต้องดำเนินการหย่าตามรูปแบบกฎหมาย และการแยกกันอยู่อาจมีผลต่างกันตามเหตุและข้อตกลง
ถาม: บ้านเป็นชื่อคู่สมรสฝ่ายเดียว อีกฝ่ายมีสิทธิหรือไม่
ตอบ: ต้องตรวจวันและที่มาของการได้ทรัพย์ เงินที่ใช้ และพฤติการณ์อื่น ชื่อในเอกสารเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบว่าเป็นสินส่วนตัวหรือสินสมรส
ถาม: ใครมีรายได้มากกว่าจะได้สิทธิเลี้ยงดูบุตรหรือไม่
ตอบ: ไม่เสมอไป ต้องพิจารณาประโยชน์และสวัสดิภาพของบุตร ความสามารถในการดูแล และข้อเท็จจริงโดยรวม
ถาม: อีกฝ่ายไม่จ่ายค่าเลี้ยงดูทำอย่างไร
ตอบ: ต้องตรวจข้อตกลงหรือคำสั่งที่มีอยู่ หลักฐานการไม่ชำระ และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายที่เหมาะสม
ถาม: ฟ้องชู้ต้องหย่าก่อนหรือไม่
ตอบ: ต้องตรวจสถานะการสมรส พฤติการณ์ สิทธิเรียกร้อง และกำหนดเวลาของคดี ไม่ควรสรุปจากข้อเท็จจริงเพียงประการเดียว
ถาม: ภาพจากโซเชียลใช้เป็นหลักฐานได้หรือไม่
ตอบ: อาจใช้ประกอบได้ แต่ต้องตรวจที่มา ความครบถ้วน ตัวบุคคล วันเวลา บริบท และวิธีได้มา
ถาม: ย้ายบุตรไปต่างประเทศได้หรือไม่
ตอบ: ต้องตรวจอำนาจปกครอง คำสั่งหรือข้อตกลง ความยินยอม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนเดินทาง
ถาม: คดีครอบครัวใช้เวลานานเท่าใด
ตอบ: ขึ้นอยู่กับจำนวนประเด็น ทรัพย์สิน บุตร พยาน การไกล่เกลี่ย และตารางศาล ไม่สามารถรับรองระยะเวลาแน่นอนล่วงหน้าได้
ถาม: ทนายรับประกันว่าจะได้บุตรหรือทรัพย์สินตามที่ต้องการได้หรือไม่
ตอบ: ไม่สามารถรับประกันได้ ผลขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยาน ข้อกฎหมาย ประโยชน์ของบุตร และดุลพินิจของศาล
ติดต่อทนายครอบครัว SLS 2017
หากท่านกำลังตัดสินใจหย่า ถูกฟ้อง มีข้อพิพาทเรื่องสินสมรส ไม่ได้พบบุตร ไม่ได้รับค่าอุปการะ หรือมีความกังวลว่าทรัพย์สินกำลังถูกโอน อย่าลงนามหรือดำเนินการสำคัญก่อนเข้าใจผลทางกฎหมาย
การพบทนายตั้งแต่ต้นช่วยให้ทราบว่า
- มีเหตุฟ้องหรือข้อต่อสู้อะไร
- ทรัพย์สินและหนี้ต้องจัดการอย่างไร
- ควรขออำนาจปกครองหรือกำหนดการพบบุตรแบบใด
- ต้องเก็บหลักฐานอะไร
- มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือไม่
- ควรเจรจาหรือดำเนินคดี
- ข้อตกลงใดปฏิบัติและบังคับได้จริง
- มีประเด็นต่างประเทศหรือธุรกิจเกี่ยวข้องหรือไม่
บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด
ทนายครอบครัวและที่ปรึกษากฎหมาย
โทรศัพท์: 099-096-4440
โทรศัพท์: 063-995-3361
โทรศัพท์: 02-103-1961
โทรศัพท์: 02-000-4270
LINE Official: @sls2017
เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz
เมื่อติดต่อ กรุณาแจ้ง
- ชื่อและหมายเลขโทรกลับ
- จดทะเบียนสมรสหรือไม่
- มีบุตรกี่คนและอายุเท่าใด
- มีทรัพย์สินหรือหนี้ประเภทใด
- มีเหตุเร่งด่วนด้านความปลอดภัยหรือไม่
- มีหมายศาลหรือวันนัดหรือไม่
- เอกสารและหลักฐานที่มี
- เป้าหมายที่ต้องการให้ทนายช่วย
คำชี้แจง
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปและคำอธิบายขอบเขตบริการ ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดี การวิเคราะห์ต้องตรวจทะเบียนสมรส ข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน ทรัพย์สิน บุตร กำหนดเวลา และกฎหมายที่ใช้บังคับ ไม่มีข้อความใดเป็นการรับรองผลการหย่า การแบ่งทรัพย์ อำนาจปกครอง จำนวนค่าอุปการะ หรือค่าทดแทนล่วงหน้า
