ทีมทนาย ทีมทนายความมืออาชีพ ทนายคดีอาญา ทนายคดีแพ่ง ทนายคดีปกครอง ทนายความคดีฟอกเงิน ทนายคดีภาษี พร้อมอดีตผู้พิพากษา ทีมที่ปรึกษากฎหมายนักกฎหมายพร้อมดูแล  ติดต่อโทร 099-096-4440, 063-995-3361, 02-103-1961, 02-000-4270 หรือ ไลน์: @sls2017

ทีมทนายคดีอาญา แพ่ง ธุรกิจ ภาษี ฟอกเงิน ปกครอง แรงงาน มรดกและที่ดิน ตรวจข้อเท็จจริง วางกลยุทธ์ และดูแลคดีเป็นทีม นัดหมายโทร 099-096-4440 LINE @sls2017

 

ทีมทนาย SLS 2017 ดูแลคดีสำคัญด้วยระบบทีม กลยุทธ์ และความรับผิดชอบที่ตรวจสอบได้

 

ตรวจทานเนื้อหาล่าสุด: 2 กันยายน 2569

 

เรียบเรียงโดยทีมงานกฎหมาย บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด

 

  เมื่อคดีเกี่ยวข้องกับอิสรภาพ ทรัพย์สิน ธุรกิจ ครอบครัว หรือชื่อเสียง การเลือกทนายไม่ควรพิจารณาเพียงว่าใครจะไปศาลในวันนัด แต่ควรถามต่อว่า ใครเป็นผู้วิเคราะห์ข้อเท็จจริง ใครตรวจเอกสาร ใครวางประเด็น ใครเตรียมพยาน ใครทบทวนคำฟ้องหรือคำให้การ และหากเกิดเหตุเร่งด่วน ลูกความจะติดต่อผู้รับผิดชอบได้อย่างไร

 

  คดีที่ซับซ้อนไม่ได้มีงานเพียงอย่างเดียว ในสำนวนเดียวอาจต้องจัดลำดับเหตุการณ์ ตรวจเส้นทางเงิน วิเคราะห์สัญญา ค้นกฎหมายและคำพิพากษา ประเมินพยานบุคคล รักษาพยานดิจิทัล เตรียมคำร้อง ประสานผู้เชี่ยวชาญ และวางแผนรับมือหลายสถานการณ์พร้อมกัน หากทุกอย่างขึ้นอยู่กับบุคคลเพียงคนเดียว ความเสี่ยงจากงานตกหล่น การสื่อสารคลาดเคลื่อน และการตัดสินใจโดยไม่มีผู้ทบทวนย่อมสูงขึ้น

 

  ทีมทนาย บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด จึงมุ่งใช้ระบบทำงานเป็นทีม โดยกำหนดผู้รับผิดชอบหลัก แบ่งงานตามความเหมาะสม ตรวจความขัดกันของผลประโยชน์ ศึกษาข้อเท็จจริงและเอกสารก่อนให้ความเห็น และสื่อสารขอบเขตงานกับลูกความอย่างชัดเจน การรับคดีและการจัดทีมขึ้นกับประเภทเรื่อง ความเร่งด่วน พื้นที่ดำเนินการ จำนวนเอกสาร และความพร้อมของบุคลากรในขณะนั้น

 

  เราไม่รับประกันผลคดี เพราะผลขึ้นกับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน กฎหมาย ดุลพินิจของหน่วยงานหรือศาล และการดำเนินการของคู่กรณี แต่สิ่งที่ลูกความควรได้รับคือการประเมินอย่างตรงไปตรงมา แผนงานที่เข้าใจได้ การรักษากำหนดเวลา และผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

 

หากคุณได้รับหมายเรียก หมายศาล หนังสือประเมินภาษี คำสั่งอายัดทรัพย์ หนังสือเลิกจ้าง หนังสือบอกเลิกสัญญา หรือกำลังเผชิญข้อพิพาทที่มีมูลค่าสูง ควรนัดหมายให้ทีมทนายตรวจเอกสารก่อนให้ถ้อยคำ ลงนาม หรือปล่อยให้พ้นกำหนด

 

ติดต่อเพื่อนัดหมายประเมินเรื่อง

 

โทร 099-096-4440, 063-995-3361, 02-103-1961 หรือ 02-000-4270

 

LINE: @sls2017

 

เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz

 

ทีมทนายคืออะไร และต่างจากการจ้างทนายเพียงคนเดียวอย่างไร

 

  คำว่า “ทีมทนาย” ไม่ได้หมายความว่าต้องมีทนายหลายคนไปปรากฏตัวในศาลทุกนัด และไม่ได้หมายความว่าการมีคนจำนวนมากจะทำให้คดีได้เปรียบโดยอัตโนมัติ ความหมายที่แท้จริงคือการมีโครงสร้างรับผิดชอบงานคดีหลายด้านอย่างประสานกัน โดยมีทนายหลักควบคุมทิศทางและมีบุคลากรที่เหมาะสมช่วยตรวจสอบ เตรียมงาน และติดตามกำหนด

 

  ในคดีไม่ซับซ้อน ทนายคนเดียวอาจเพียงพอและคุ้มค่ากว่า แต่เมื่อเรื่องมีเอกสารจำนวนมาก หลายคู่กรณี หลายฐานความผิด หลายหน่วยงาน หรือกระทบทั้งคดีอาญา แพ่ง ภาษี และทรัพย์สินพร้อมกัน การทำงานเป็นทีมช่วยให้แบ่งประเด็นได้ละเอียดและรักษาภาพรวมของคดีได้ดีขึ้น

 

ทีมทนายที่มีระบบควรตอบได้ว่า

 

·       ใครเป็นทนายผู้รับผิดชอบหลัก

·       ใครเป็นผู้ติดต่อและรายงานความคืบหน้า

·       ใครตรวจข้อเท็จจริงและจัดทำลำดับเหตุการณ์ 

·       ใครรับผิดชอบการค้นกฎหมายและแนวคำพิพากษา 

·       ใครจัดระบบเอกสาร พยาน และหลักฐานดิจิทัล

·       ใครร่างและใครทบทวนเอกสารสำคัญ

·       ใครขึ้นศาลหรือเข้าร่วมการสอบสวนและการเจรจา

·       หากผู้รับผิดชอบคนหนึ่งติดภารกิจ มีระบบส่งต่องานอย่างไร

หากสำนักงานใช้คำว่า “ทีมทนายมืออาชีพ” แต่ไม่สามารถอธิบายบทบาท กระบวนการ และผู้รับผิดชอบได้ คำนั้นยังเป็นเพียงข้อความโฆษณา ไม่ใช่หลักฐานของคุณภาพการทำงาน

 

ทำไมคดีสำคัญจึงควรมีระบบทีม

 

คดีหนึ่งเรื่องมีข้อเท็จจริงหลายชั้น

 

สิ่งที่ลูกความเล่าในครั้งแรกมักเป็นภาพรวม แต่รายละเอียดที่เปลี่ยนผลคดีอาจอยู่ในวันที่ เอกสาร ลำดับการอนุมัติ ผู้มีอำนาจลงนาม เส้นทางเงิน หรือข้อความสั้น ๆ ในแชต ทีมที่แบ่งหน้าที่สามารถตรวจสอบเรื่องเล่ากับหลักฐานและตั้งคำถามเพิ่มเติมได้เป็นระบบ

 

กฎหมายหลายแขนงอาจใช้พร้อมกัน

 

ข้อพิพาทผู้ถือหุ้นอาจมีทั้งกฎหมายบริษัท สัญญา ละเมิด ภาษี และความผิดอาญา การโอนเงินของบริษัทอาจเชื่อมถึงหน้าที่กรรมการ บัญชี ภาษี และการยักยอกหรือฉ้อโกงตามข้อเท็จจริง การให้ทนายที่ดูเพียงด้านเดียววิเคราะห์โดยไม่เห็นผลกระทบด้านอื่นอาจทำให้แก้จุดหนึ่งแต่สร้างความเสี่ยงอีกจุด

 

งานเร่งด่วนกับงานระยะยาวต้องเดินคู่กัน

 

ระหว่างที่ทนายคนหนึ่งเตรียมคำร้องเร่งด่วน อีกคนอาจตรวจสัญญาและเส้นทางเงิน ขณะที่ทีมประสานงานติดตามวันนัดและเอกสารจากลูกความ การแบ่งงานช่วยให้มาตรการเฉพาะหน้าไม่ทำให้การวางคดีหลักหยุดชะงัก

 

เอกสารสำคัญควรมีผู้ทบทวน

 

ชื่อบุคคล จำนวนเงิน วันที่ บทกฎหมาย และคำขอท้ายฟ้องที่ผิดพลาดอาจมีผลต่อคดี การมีขั้นตอนตรวจทานไม่ได้ทำให้เอกสารสมบูรณ์แบบเสมอ แต่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดที่ตรวจพบได้ก่อนยื่น

 

ลูกความควรได้รับความต่อเนื่อง

 

คดีอาจใช้เวลานานและมีหลายวันนัด ระบบทีมช่วยให้ข้อมูลไม่อยู่กับคนใดคนหนึ่งทั้งหมด เมื่อมีการเปลี่ยนผู้ประสานหรือมีเหตุจำเป็น ควรสามารถส่งต่องานจากบันทึกและแฟ้มคดีที่เป็นระบบได้

 

โครงสร้างทีมทนายที่เหมาะกับคดีซับซ้อน

 

การจัดทีมต้องเหมาะกับงาน ไม่ใช่ใช้คนจำนวนมากเพื่อเพิ่มค่าใช้จ่าย บางคดีอาจมีเพียงทนายผู้รับผิดชอบกับผู้ช่วย ขณะที่คดีมูลค่าสูงหรือมีหลายมิติอาจต้องแบ่งบทบาทดังต่อไปนี้

 

ทนายผู้รับผิดชอบหลัก หรือ Lead Counsel

 

ทำหน้าที่กำหนดทิศทาง ประเมินประเด็นสำคัญ ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ควบคุมคุณภาพ และสื่อสารเรื่องที่มีผลต่อการตัดสินใจของลูกความ ทนายหลักไม่จำเป็นต้องทำทุกงานด้วยตนเอง แต่ต้องรู้สถานะและรับผิดชอบภาพรวม

 

ทนายผู้ดูแลสำนวน

 

จัดลำดับข้อเท็จจริง ตรวจเอกสาร ติดตามสิ่งที่ยังขาด ประสานการร่างคำคู่ความ และเตรียมข้อมูลสำหรับวันนัด บทบาทนี้สำคัญมาก เพราะกลยุทธ์ที่ดีจะใช้ไม่ได้หากข้อมูลในสำนวนไม่ครบหรือไม่เป็นปัจจุบัน

 

ทีมค้นคว้ากฎหมายและคำพิพากษา

 

ค้นตัวบทที่ใช้ในวันที่เกิดเหตุ บทแก้ไข บทเฉพาะกาล กฎหมายลำดับรอง และแนวคำพิพากษาที่มีข้อเท็จจริงใกล้เคียง การค้นไม่ควรจบที่เลขฎีกา แต่ต้องอธิบายว่าหลักนั้นเชื่อมกับข้อเท็จจริงของคดีอย่างไร

 

ทีมพยานหลักฐานและเอกสาร

 

จัดทำบัญชีเอกสาร แยกต้นฉบับกับสำเนา ตรวจความต่อเนื่องของหลักฐาน เชื่อมเอกสารกับประเด็น และรักษาไฟล์ดิจิทัลให้สามารถอธิบายที่มาได้ คดีที่มีเอกสารหลายพันหน้าอาจต้องใช้ระบบตั้งชื่อ จัดเวอร์ชัน และกำหนดสิทธิการเข้าถึง

 

ทนายผู้ร่างและผู้ทบทวน

 

ร่างคำร้อง คำฟ้อง คำให้การ คำแถลง อุทธรณ์ หรือฎีกาตามขอบเขตงาน แล้วตรวจตรรกะ ข้อเท็จจริง บทกฎหมาย และคำขออีกชั้นหนึ่ง ในงานสำคัญ ผู้ร่างกับผู้ทบทวนควรสามารถท้าทายสมมติฐานของกันและกันได้

 

ทีมเจรจาและระงับข้อพิพาท

 

ประเมินจุดต่อรอง มูลค่าความเสียหาย ความสามารถในการชำระ ผลกระทบทางธุรกิจ และข้อความที่ใช้ในการสื่อสาร การเจรจาที่ดีต้องสอดคล้องกับแนวทางคดี ไม่เปิดเผยข้อมูลที่ทำให้เสียเปรียบโดยไม่จำเป็น

 

ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

 

บางคดีอาจต้องใช้ผู้สอบบัญชี ผู้เชี่ยวชาญภาษี วิศวกร แพทย์ นักนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล ล่าม หรือนักประเมินทรัพย์ การใช้ผู้เชี่ยวชาญขึ้นกับความจำเป็น คุณสมบัติ งบประมาณ และข้อตกลงกับลูกความ ผู้เชี่ยวชาญไม่ได้ทำหน้าที่แทนทนาย และทนายไม่ได้ควรให้ความเห็นแทนผู้เชี่ยวชาญในเรื่องที่เกินขอบเขตวิชาชีพ

 

ฝ่ายประสานงานคดี

 

ดูแลนัดหมาย รับส่งเอกสาร ติดตามข้อมูล และแจ้งขั้นตอนทางธุรการ โดยไม่ควรให้คำปรึกษากฎหมายแทนทนาย ลูกความควรรู้ว่าคำตอบใดเป็นข้อมูลประสานงานและคำตอบใดเป็นความเห็นทางกฎหมายของผู้รับผิดชอบ

 

ประเภทคดีที่เหมาะกับการทำงานแบบทีมทนาย

 

ทีมทนายคดีอาญา

 

  คดีอาญามีผลต่ออิสรภาพ ชื่อเสียง และการประกอบอาชีพ ตั้งแต่ชั้นรับแจ้งความ สอบสวน ฝากขัง ประกันตัว อัยการ ศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ไปจนถึงฎีกา แต่ละช่วงมีเป้าหมายและข้อจำกัดต่างกัน

 

  ทีมทนายคดีอาญาควรเริ่มจากตรวจฐานะของลูกความ ข้อกล่าวหา พฤติการณ์ วันเวลา เขตอำนาจ หมายเรียก บันทึกจับกุม คำให้การ และพยานที่รัฐอาจใช้ จากนั้นจึงวางแนวทางว่าจะให้ถ้อยคำอย่างไร ขอปล่อยชั่วคราวด้วยข้อมูลใด รวบรวมหลักฐานฝ่ายตนอย่างไร และมีความเสี่ยงจากคดีเกี่ยวเนื่องหรือไม่

 

  การเตรียมคดีจำเลยไม่ใช่การปฏิเสธทุกเรื่อง แต่คือการแยกข้อเท็จจริงที่ยอมรับ ข้อเท็จจริงที่โต้แย้ง องค์ประกอบความผิด ภาระการพิสูจน์ ความน่าเชื่อถือของพยาน และข้อกฎหมายที่ใช้ ส่วนการดูแลผู้เสียหายต้องพิจารณาทั้งการร้องทุกข์ ความเสียหาย การติดตามทรัพย์ และการเรียกค่าสินไหมโดยไม่ทำให้พยานหลักฐานเสียหาย

 

ทีมทนายคดีฉ้อโกง ยักยอก และคดีเศรษฐกิจ

 

คดีเหล่านี้มักมีสัญญา การโอนเงิน การนำเสนอข้อมูล และความสัมพันธ์ทางธุรกิจปะปนกัน ประเด็นสำคัญคือขณะรับเงินหรือทรัพย์มีเจตนาอะไร เป็นการผิดสัญญาทางแพ่งหรือมีการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ใครเป็นผู้สั่งการ และทรัพย์ไปอยู่ที่ใด

 

ทีมงานอาจต้องทำ transaction map เชื่อมบัญชี ผู้โอน ผู้รับ เหตุผลทางธุรกิจ เอกสารอนุมัติ และการใช้เงินจริง พร้อมแยกบทบาทของบริษัท กรรมการ พนักงาน ตัวแทน และบุคคลภายนอก การเห็นเงินไหลผ่านบัญชีไม่ได้พิสูจน์ความผิดของทุกคนโดยอัตโนมัติ แต่ผู้เกี่ยวข้องต้องอธิบายที่มาและเหตุผลได้ด้วยหลักฐาน

 

ทีมทนายคดีฟอกเงินและอายัดทรัพย์

 

คดีฟอกเงินอาจเดินควบคู่ทั้งกระบวนการอาญาและมาตรการเกี่ยวกับทรัพย์ ทีมทนายต้องตรวจคำสั่ง หน่วยงานผู้ออก ทรัพย์ที่ถูกระบุ ความสัมพันธ์กับความผิดมูลฐาน เส้นทางการได้มา และสิทธิของเจ้าของทรัพย์หรือบุคคลภายนอก

 

การชี้แจงทรัพย์ควรจัดทำเป็นลำดับ ไม่ใช่ส่งเอกสารจำนวนมากโดยไม่มีคำอธิบาย ต้องเชื่อมรายได้ สัญญา ภาษี รายการเดินบัญชี การส่งมอบ และเหตุผลของธุรกรรม หากมีหลายบริษัทหรือหลายประเทศ อาจต้องประสานนักบัญชีและที่ปรึกษาที่เกี่ยวข้อง

 

ทีมทนายคดีแพ่งและบังคับคดี

 

คดีแพ่งครอบคลุมผิดสัญญา หนี้ ละเมิด เช่า ซื้อขาย กู้ยืม ค้ำประกัน ทรัพย์สิน และความรับผิดทางธุรกิจ ทีมทนายควรประเมินมากกว่าว่าฟ้องได้หรือไม่ แต่ต้องดูอายุความ เขตอำนาจ คู่ความที่ถูกต้อง หลักฐาน มูลค่าความเสียหาย ทรัพย์ของลูกหนี้ และความคุ้มค่าในการบังคับคดี

 

การชนะคดีแต่บังคับไม่ได้อาจไม่ตอบเป้าหมายของลูกความ จึงควรพิจารณาการสืบทรัพย์ มาตรการชั่วคราว การเจรจาหลักประกัน และค่าใช้จ่ายตั้งแต่ก่อนฟ้อง

 

ทีมทนายคดีธุรกิจและข้อพิพาทผู้ถือหุ้น

 

ข้อพิพาทธุรกิจอาจกระทบการบริหาร เงินสด ใบอนุญาต พนักงาน ลูกค้า และชื่อเสียงพร้อมกัน ทีมทนายควรเข้าใจทั้งเอกสารบริษัท ข้อบังคับ มติกรรมการ มติผู้ถือหุ้น อำนาจลงนาม สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น รายการที่เกี่ยวโยงกัน และหลักฐานทางบัญชี

 

เป้าหมายอาจไม่ใช่เพียงชนะคดี แต่อาจเป็นการรักษากิจการ หยุดการโอนทรัพย์ เปิดทางให้ตรวจสอบบัญชี เจรจาซื้อขายหุ้น หรือจัดทางออกของผู้ถือหุ้นโดยลดผลกระทบต่อธุรกิจ จึงต้องวางแผนกฎหมายควบคู่กับข้อจำกัดเชิงพาณิชย์

 

ทีมทนายคดีภาษีและข้อพิพาทกับกรมสรรพากร

 

คดีภาษีต้องอ่านทั้งกฎหมาย เอกสารบัญชี และข้อเท็จจริงทางธุรกิจ หนังสือเชิญพบ หมายเรียกตรวจสอบ หนังสือแจ้งการประเมิน และคำวินิจฉัยอุทธรณ์มีสถานะและกำหนดต่างกัน

 

ทีมทนายภาษีควรทำงานร่วมกับฝ่ายบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสม ตรวจปีภาษี ประเภทภาษี รายการที่ถูกโต้แย้ง ใบกำกับ สัญญา การส่งมอบ การรับรู้รายได้ และเจตนาในกรณีที่มีความเสี่ยงทางอาญา การตอบคำถามโดยไม่มีเอกสารรองรับหรือปล่อยให้พ้นกำหนดอุทธรณ์อาจลดทางเลือกอย่างมาก

 

ทีมทนายคดีปกครองและคำสั่งของรัฐ

 

เมื่อหน่วยงานออกคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาต ลงโทษทางวินัย ปฏิเสธคำขอ เวนคืน หรือใช้อำนาจที่กระทบสิทธิ ต้องตรวจฐานอำนาจ ขั้นตอน เหตุผล การรับฟังผู้ได้รับผลกระทบ วันทราบคำสั่ง และช่องทางอุทธรณ์

 

บางกรณีการอุทธรณ์ไม่ทำให้คำสั่งหยุดบังคับโดยอัตโนมัติ จึงต้องพิจารณามาตรการทุเลาหรือคุ้มครองชั่วคราว การเตรียมเรื่องช้าอาจทำให้ธุรกิจหยุดก่อนที่คดีหลักจะได้รับการวินิจฉัย

 

ทีมทนายคดีแรงงาน

 

คดีแรงงานต้องเข้าใจทั้งกฎหมายและการบริหารคน เอกสารสำคัญอาจรวมสัญญาจ้าง ข้อบังคับ หนังสือเตือน KPI การลงเวลา payroll การสอบข้อเท็จจริง และหนังสือเลิกจ้าง

 

นายจ้างควรประเมินเหตุและขั้นตอนก่อนเลิกจ้าง โดยเฉพาะกรณีผู้บริหารหรือพนักงานที่เข้าถึงข้อมูลสำคัญ ส่วนลูกจ้างควรตรวจสิทธิ ค่าชดเชย ค่าบอกกล่าว และหลักฐานก่อนลงนามสละสิทธิ การเจรจาที่รักษาความลับอาจเหมาะกว่าการขยายความขัดแย้งในบางกรณี

 

ทีมทนายคดีครอบครัวและมรดก

 

คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร สินสมรส พินัยกรรม ผู้จัดการมรดก และการแบ่งทรัพย์มีทั้งมิติทางกฎหมายและความสัมพันธ์ การจัดทีมไม่ควรทำให้เรื่องขัดแย้งรุนแรงขึ้นโดยไม่จำเป็น

 

ทีมทนายควรกำหนดเป้าหมายที่ชัด เช่น ความปลอดภัยของบุตร การรักษาทรัพย์ การเปิดเผยรายการทรัพย์ หรือการยุติข้อพิพาท พร้อมระวังข้อมูลส่วนตัวและการสื่อสารสาธารณะที่อาจสร้างคดีใหม่

 

ทีมทนายคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

 

ข้อพิพาทที่ดินอาจเกี่ยวกับโฉนด แนวเขต ทางจำเป็น ภาระจำยอม ครอบครองปรปักษ์ ซื้อขาย จำนอง อาคารชุด ผังเมือง หรือใบอนุญาตก่อสร้าง ทีมทนายต้องอ่านทั้งเอกสารสิทธิ สารบัญจดทะเบียน แผนที่ ภาพถ่าย สัญญา และประวัติการครอบครอง

 

ก่อนซื้อหรือพัฒนาโครงการ การตรวจสอบทางกฎหมายช่วยป้องกันคดีได้ดีกว่าการแก้หลังโอน โดยเฉพาะเรื่องทางเข้าออก ภาระติดพัน การใช้ประโยชน์ และอำนาจของผู้ขาย

 

ใครบ้างที่ควรพิจารณาจ้างทีมทนาย

 

·       การทำงานเป็นทีมเหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงหรือความซับซ้อนอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้

 

·       ผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการที่คดีอาจกระทบทั้งบุคคลและบริษัท

 

·       ผู้ถูกกล่าวหาในคดีอาญาที่มีโทษสูงหรือมีหลายฐานความผิด

 

·       ผู้เสียหายที่ต้องติดตามทรัพย์และเรียกค่าเสียหายหลายช่องทาง

 

·       บริษัทที่มีข้อพิพาทผู้ถือหุ้น กรรมการ คู่ค้า หรือลูกจ้างสำคัญ

 

·       ผู้ถูกตรวจสอบภาษีหรือได้รับการประเมินเป็นเงินจำนวนมาก

 

·       ผู้ที่ถูกยึดหรืออายัดทรัพย์ บัญชี หรือสิทธิทางธุรกิจ

 

·       คู่ความที่มีเอกสารจำนวนมากหรือพยานดิจิทัลซับซ้อน

 

·       คดีที่มีหลายจังหวัด หลายหน่วยงาน หรือคู่กรณีต่างประเทศ

 

·       เรื่องที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญบัญชี ภาษี วิศวกรรม แพทย์ หรือเทคโนโลยี

 

·       คดีที่ต้องเตรียมอุทธรณ์หรือฎีกาจากสำนวนจำนวนมาก

 

หากเรื่องมีมูลค่าไม่สูง ข้อเท็จจริงตรงไปตรงมา และไม่มีความเสี่ยงพิเศษ การใช้ทีมขนาดใหญ่อาจไม่จำเป็น ทีมทนายที่เป็นมืออาชีพควรเสนอขนาดทีมตามความเหมาะสม ไม่ทำให้ลูกความจ่ายเกินความจำเป็น

 

24–72 ชั่วโมงแรกของคดีสำคัญ ทีมทนายควรทำอะไร

 

ตรวจเส้นตาย

 

วันรับหมาย วันนัด วันครบกำหนดอุทธรณ์ วันสิ้นสุดใบอนุญาต หรือระยะเวลาคัดค้านต้องถูกบันทึกทันที การเจรจาหรือการรอเอกสารเพิ่มเติมไม่ได้หยุดกำหนดตามกฎหมายเสมอไป

 

หยุดความเสียหายที่ยังเกิด

 

อาจต้องขอระงับธุรกรรม เปลี่ยนสิทธิการเข้าถึงระบบ สำรองข้อมูล แจ้งผู้มีอำนาจ ขอคุ้มครองชั่วคราว หรือหยุดการสื่อสารที่เสี่ยงต่อคดี ทั้งหมดต้องทำโดยชอบและไม่ทำลายพยานหลักฐาน

 

รักษาหลักฐาน

 

เก็บไฟล์ต้นฉบับ อีเมล แชต log กล้อง รายการเดินบัญชี และเอกสารกระดาษตามลำดับ ห้ามแก้ไขย้อนหลัง สร้างเอกสารเท็จ ลบข้อมูล หรือชักจูงพยานให้ให้ข้อมูลไม่ตรงความจริง

 

กำหนดผู้สื่อสาร

 

คดีของบริษัทควรกำหนดว่าใครสื่อสารกับตำรวจ หน่วยงาน คู่ค้า พนักงาน สื่อ และทนาย เพื่อลดข้อความที่ขัดกัน แต่ต้องไม่ใช้การควบคุมการสื่อสารเพื่อปิดบังหรือขัดขวางกระบวนการยุติธรรม

 

ประเมินมาตรการเร่งด่วน

 

เช่น การประกันตัว การขอเลื่อน การยื่นอุทธรณ์ การคัดค้านคำสั่ง การขอทุเลา หรือการเตรียมเงินและหลักทรัพย์ แต่ละมาตรการต้องใช้ข้อมูลและเอกสารต่างกัน

 

วิธีที่ทีมทนายวิเคราะห์คดีก่อนกำหนดกลยุทธ์

 

1. สร้างลำดับเหตุการณ์กลาง

 

นำข้อมูลจากลูกความ เอกสาร และบุคคลที่เกี่ยวข้องมาจัดเป็น timeline เดียว แยกสิ่งที่ยืนยันได้ สิ่งที่เป็นคำบอกเล่า และจุดที่ยังขัดกัน

 

2. สร้างแผนที่บุคคลและความสัมพันธ์

 

ระบุคู่กรณี กรรมการ ผู้ถือหุ้น พนักงาน ตัวแทน พยาน หน่วยงาน และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมบทบาทและผลประโยชน์ของแต่ละคน

 

3. แยกประเด็นกฎหมาย

 

เขียนองค์ประกอบที่ต้องพิสูจน์ ภาระของแต่ละฝ่าย ข้อยกเว้น อายุความ เขตอำนาจ และเงื่อนไขกระบวนพิจารณา ไม่ใช้ความรู้สึกว่าใครถูกหรือผิดแทนการวิเคราะห์

 

4. ทำแผนที่หลักฐาน

 

เชื่อมแต่ละประเด็นกับเอกสารและพยานที่สนับสนุน รวมถึงหลักฐานที่เป็นผลเสีย จุดใดไม่มีหลักฐานต้องระบุไว้ ไม่ควรซ่อนจากทีมทนาย เพราะข้อมูลที่ทราบช้าทำให้วางแผนผิด

 

5. จำลองข้อโต้แย้งของอีกฝ่าย

 

ทีมควรถามว่าหากเป็นคู่กรณีจะโจมตีจุดใด เอกสารใดอธิบายยาก พยานใดมีแรงจูงใจ และเรื่องใดขัดกับสามัญสำนึก การประเมินแบบนี้ช่วยให้ลูกความรู้ความเสี่ยงก่อนเข้าสู่กระบวนการ

 

6. วางหลายทางเลือก

 

อาจมีการเจรจา ชี้แจง ร้องทุกข์ ฟ้องคดี ต่อสู้คดี ขอคุ้มครองชั่วคราว หรือปรับระบบป้องกัน แต่ละทางเลือกต้องบอกผลดี ข้อจำกัด เวลา ค่าใช้จ่าย และผลกระทบต่อธุรกิจหรือครอบครัว

 

7. เลือกแผนและกำหนดจุดทบทวน

 

กลยุทธ์ไม่ควรเป็นคำขวัญ ต้องระบุว่าใครทำอะไรเมื่อใด และจะทบทวนเมื่อได้รับหลักฐานหรือคำสั่งใหม่

 

การบริหารพยานหลักฐานในคดีที่มีข้อมูลจำนวนมาก

 

คดีสมัยใหม่อาจมีเอกสารกระดาษ อีเมล LINE ข้อความในแพลตฟอร์ม บันทึกกล้อง ไฟล์เสียง ข้อมูลตำแหน่ง รายการโอน และฐานข้อมูลบริษัทพร้อมกัน ทีมทนายควรจัดระบบอย่างน้อยดังนี้

 

·       แยกต้นฉบับ สำเนา และไฟล์ที่ผ่านการแปลงรูปแบบ 

·       ตั้งชื่อไฟล์ด้วยวันที่และคำอธิบายที่ค้นหาได้ 

·       เก็บข้อมูลว่าได้รับเอกสารจากใคร เมื่อใด และอย่างไร

·       จำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลอ่อนไหว

·       ทำสำเนาสำรองโดยไม่แก้ไฟล์ต้นฉบับ

·       ระบุเอกสารที่เป็นความลับหรือมีข้อมูลส่วนบุคคล

·       เชื่อมหลักฐานกับประเด็นคดี

·       บันทึกสิ่งที่ยังขาดและผู้รับผิดชอบติดตาม

 

อย่าส่งเอกสารทั้งหมดในกลุ่มแชตโดยไม่มีการจัดหมวด เพราะอาจค้นไม่พบเมื่อจำเป็นและเพิ่มความเสี่ยงด้านความลับ การส่งรหัสผ่าน OTP หรือกุญแจเข้ารหัสให้บุคคลอื่นไม่ใช่วิธีเตรียมคดีที่ปลอดภัย

 

ทีมทนายกับการร่างคำฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ และฎีกา

 

เอกสารคดีไม่ควรยาวเพียงเพื่อให้ดูหนักแน่น แต่ต้องเลือกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ตอบประเด็น ศาลหรือหน่วยงานต้องสามารถเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ฝ่ายใดมีหน้าที่พิสูจน์ และคำขอมีฐานอย่างไร

 

ในชั้นอุทธรณ์และฎีกา งานไม่ใช่การเขียนเรื่องเดิมใหม่ทั้งหมด ทีมต้องอ่านคำพิพากษา ประเด็นที่ว่ากันมาโดยชอบ ข้อเท็จจริงที่ศาลรับฟัง เหตุผลที่ศาลใช้ และข้อจำกัดในการยกประเด็นใหม่ การไม่เห็นด้วยกับผลคดียังไม่เท่ากับมีเหตุอุทธรณ์หรือฎีกาที่รับฟังได้

 

การทบทวนโดยทีมช่วยตรวจว่าเอกสารมีความสอดคล้องกับสำนวนหรือไม่ อ้างบทกฎหมายถูกฉบับหรือไม่ และคำขอตรงกับสิทธิของคู่ความหรือไม่ แต่ลูกความต้องเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วนเพื่อให้การร่างตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงจริง

 

การเจรจาโดยทีมทนายไม่ได้แปลว่าต้องอ่อนข้อ

 

การเจรจาเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่การยอมแพ้ ทีมทนายควรคำนวณมูลค่าข้อเรียกร้อง โอกาสพิสูจน์ ค่าใช้จ่าย เวลา ความสามารถในการบังคับชำระ และผลกระทบต่อชื่อเสียงก่อนกำหนดกรอบ

 

ข้อตกลงที่ดีต้องเขียนให้บังคับได้ ระบุจำนวน วิธีชำระ หลักประกัน การผิดนัด การถอนคดี การรักษาความลับ ภาษี และการยุติข้อเรียกร้องอย่างชัดเจน การตกลงปากเปล่าหรือใช้ข้อความกว้างเกินไปอาจสร้างคดีใหม่ภายหลัง

 

การดูแลคดีทั่วประเทศต้องมีระบบ ไม่ใช่แค่กล่าวว่าไปได้ทุกจังหวัด

 

คดีต่างจังหวัดมีต้นทุน เวลา การเดินทาง วันนัด และการประสานเอกสารที่ต่างกัน ก่อนรับงานควรตรวจศาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจ สถานะสำนวน ความจำเป็นที่ทนายหลักต้องเดินทาง และงานใดสามารถดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือผู้ประสานในพื้นที่ตามกฎหมายได้

 

บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด รับประเมินงานกฎหมายจากลูกค้าทั่วประเทศ การรับคดีจริงขึ้นกับการตรวจข้อขัดกันของผลประโยชน์ ประเภทคดี กำหนดเวลา พื้นที่ และความพร้อมของทีม ลูกความควรได้รับข้อมูลเรื่องค่าเดินทางและขอบเขตงานก่อนเริ่ม

 

ความลับและความขัดกันของผลประโยชน์

 

ก่อนส่งสำนวนละเอียด ลูกความควรแจ้งชื่อคู่กรณี บริษัทที่เกี่ยวข้อง และบุคคลสำคัญเพื่อให้สำนักงานตรวจ conflict เบื้องต้น หากสำนักงานเคยให้บริการอีกฝ่ายหรือมีข้อจำกัดที่กระทบความเป็นอิสระ อาจไม่สามารถรับงานได้

 

การรักษาความลับไม่ใช่เพียงไม่เล่าเรื่องลูกความต่อสาธารณะ แต่รวมถึงการกำหนดผู้เข้าถึงแฟ้ม การส่งเอกสาร การใช้พื้นที่ประชุม การจัดเก็บข้อมูล และการทำลายเอกสารเมื่อถึงเวลา ทีมทนายควรใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นต่อบทบาทและระวังการนำคดีไปทำการตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาต

 

ลูกความเองควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องในอีเมลหรือแชตเรื่องคดี และไม่ควรโพสต์กลยุทธ์หรือเอกสารต่อสาธารณะ เพราะอาจกระทบความลับ พยาน และชื่อเสียง

 

สิ่งที่ทีมทนายมืออาชีพควรบอกอย่างตรงไปตรงมา

 

·       ยังไม่สามารถให้ความเห็นสุดท้ายได้เมื่อเอกสารไม่ครบ

 

·       คดีมีทั้งจุดแข็งและจุดเสี่ยง

 

·       พยานบางชิ้นอาจใช้ไม่ได้หรือมีน้ำหนักจำกัด

 

·       ค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนหากขอบเขตงานขยาย

 

·       การฟ้องไม่ใช่คำตอบที่คุ้มค่าที่สุดทุกครั้ง

 

·       ไม่สามารถรับประกันว่าศาล หน่วยงาน หรือคู่กรณีจะตัดสินใจอย่างไร

 

·       ลูกความมีหน้าที่ให้ข้อมูลจริง รักษาหลักฐาน และทำตามกำหนด

 

·       การเผยแพร่ข้อมูลต่อสื่ออาจมีผลดีและผลเสีย ต้องประเมินก่อน

 

คำพูดที่ฟังสบายแต่ปิดบังความเสี่ยงไม่ใช่ประโยชน์ของลูกความ ทีมที่ดีต้องช่วยให้ตัดสินใจบนข้อมูล แม้คำตอบบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่ลูกความอยากได้ยิน

 

วิธีเลือกทีมทนายก่อนตัดสินใจจ้าง

 

ตรวจตัวตนและใบอนุญาต

 

ขอชื่อ–นามสกุลของทนายที่จะรับผิดชอบและตรวจสอบใบอนุญาตผ่านช่องทางของสภาทนายความ อย่าอาศัยรูปชุดครุย คำเรียกตำแหน่ง หรือข้อความโฆษณาเพียงอย่างเดียว

 

ตรวจความเกี่ยวข้องของประสบการณ์

 

คำว่า “ประสบการณ์มาก” ต้องถามว่าประสบการณ์ด้านใด บทบาทใด และเกี่ยวกับปัญหาของคุณอย่างไร ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความลับของคดีเดิม แต่ควรอธิบายกระบวนการและประเด็นที่คุ้นเคยได้

 

ขอทราบผู้รับผิดชอบจริง

 

คนที่พบในวันขายบริการอาจไม่ใช่คนทำสำนวน ควรถามว่าใครเป็นทนายหลัก ใครขึ้นศาล ใครตอบคำถาม และมีการเปลี่ยนทีมได้เมื่อใด

 

ฟังการอธิบายความเสี่ยง

 

หากได้รับแต่คำยืนยันว่าจะชนะโดยไม่มีการดูเอกสาร ให้ระวัง ทีมที่น่าเชื่อถือควรบอกข้อจำกัด สิ่งที่ยังไม่ทราบ และสิ่งที่ต้องพิสูจน์

 

ตรวจขอบเขตและค่าบริการ

 

หนังสือว่าจ้างควรระบุขั้นตอน งานที่รวม งานที่ไม่รวม ค่าธรรมเนียม ค่าเดินทาง ผู้เชี่ยวชาญ และเงื่อนไขเมื่อมีคดีเกี่ยวเนื่อง

 

ประเมินการสื่อสาร

 

ถามว่าจะรายงานเมื่อใด ติดต่อช่องทางใด และเหตุฉุกเฉินติดต่อใคร การตอบเร็วทุกครั้งไม่สำคัญเท่าการตอบจากผู้ที่มีข้อมูลและระบุเวลาตอบได้ชัดเจน

 

คำถาม 15 ข้อที่ควรถามทีมทนายก่อนลงนามว่าจ้าง

 

1.  ใครเป็นทนายผู้รับผิดชอบหลักของเรื่องนี้

 

2.  มีใครร่วมทีมและแต่ละคนทำหน้าที่อะไร

 

3.  ประเด็นเร่งด่วนที่สุดคืออะไร

 

4.  กำหนดเวลาสำคัญมีวันใดบ้าง

 

5.  เอกสารที่มีพอประเมินหรือยัง

 

6.  จุดแข็ง จุดอ่อน และข้อมูลที่ยังไม่ทราบคืออะไร

 

7.  ทางเลือกนอกจากฟ้องหรือสู้คดีเต็มรูปแบบมีหรือไม่

 

8.  แผนระยะ 30 วันแรกคืออะไร

 

9.  ใครจะเข้าร่วมวันสอบสวน เจรจา หรือวันนัดศาล

 

10.              ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกหรือไม่

 

11.              งานครอบคลุมถึงอุทธรณ์ ฎีกา หรือบังคับคดีหรือไม่

 

12.              ค่าบริการและค่าใช้จ่ายอื่นคิดอย่างไร

 

13.              รายงานความคืบหน้าด้วยวิธีใด

 

14.              เก็บและส่งเอกสารลับอย่างไร

 

15.              หากต้องเปลี่ยนผู้รับผิดชอบ มีระบบส่งต่องานอย่างไร

 

ค่าจ้างทีมทนายคิดอย่างไร

 

ค่าบริการไม่ได้ขึ้นกับจำนวนทนายเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับความซับซ้อน มูลค่าความเสี่ยง ปริมาณเอกสาร ความเร่งด่วน จำนวนวันนัด พื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญ และขอบเขตความรับผิดชอบ

 

รูปแบบที่พบได้ ได้แก่

 

·       ค่าประเมินหรือให้ความเห็นเฉพาะเรื่อง

 

·       ค่าร่างหรือตรวจเอกสารเป็นชิ้นงาน

 

·       ค่าดำเนินคดีเป็นรายชั้นหรือรายขั้นตอน

 

·       ค่าบริการรายชั่วโมงสำหรับงานที่ขอบเขตเปลี่ยนแปลง

 

·       ค่าที่ปรึกษารายเดือนสำหรับธุรกิจ

 

·       ค่าใช้จ่ายผู้เชี่ยวชาญ ค่าธรรมเนียม และค่าเดินทางแยกต่างหาก

 

ก่อนจ่ายเงินควรทราบว่าใครทำงาน งานใดรวมอยู่ และเหตุใดโครงสร้างทีมจึงเหมาะกับเรื่องของคุณ การเสนอราคาแพงไม่ได้ยืนยันคุณภาพ ส่วนราคาต่ำก็อาจไม่รวมงานที่จำเป็น จึงต้องเปรียบเทียบขอบเขตและความรับผิดชอบ ไม่ใช่เปรียบเทียบตัวเลขอย่างเดียว

 

เอกสารที่ควรส่งให้ทีมทนายเพื่อประเมินคดีได้เร็ว

 

·       สรุปลำดับเหตุการณ์ไม่เกิน 1–3 หน้า

 

·       หมายเรียก หมายศาล คำสั่ง หรือหนังสือจากหน่วยงานครบทุกหน้า

 

·       สัญญา ภาคผนวก และเอกสารแก้ไข

 

·       หลักฐานชำระเงิน รายการเดินบัญชี และเอกสารบัญชีที่เกี่ยวข้อง

 

·       อีเมล แชต หนังสือบอกกล่าว และบันทึกการประชุม

 

·       เอกสารบริษัท หนังสือรับรอง บัญชีผู้ถือหุ้น และอำนาจลงนาม

 

·       รายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องและบทบาท

 

·       เอกสารจากทนายหรือคดีเดิม หากมี

 

·       วันที่ใกล้ครบกำหนดหรือวันนัดครั้งถัดไป

 

เป้าหมายที่ต้องการและข้อจำกัดด้านเวลา ธุรกิจ หรือความลับ

 

อย่าตัดต่อเอกสาร ลบข้อความที่คิดว่าเป็นผลเสีย หรือส่งเฉพาะด้านที่สนับสนุนตนเอง ทีมทนายต้องเห็นความเสี่ยงก่อนคู่กรณีหยิบขึ้นมาใช้ จึงจะวางแผนได้จริง

 

ขั้นตอนการใช้บริการทีมทนาย บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด

 

ขั้นตอนที่ 1 ติดต่อและแจ้งข้อมูลคัดกรอง

 

แจ้งชื่อผู้ติดต่อ ชื่อคู่กรณี ประเภทเรื่อง พื้นที่ วันนัด และเหตุเร่งด่วน เพื่อประเมินเบื้องต้นและตรวจความขัดกันของผลประโยชน์

 

ขั้นตอนที่ 2 นัดหมายตรวจข้อเท็จจริงและเอกสาร

 

ทีมงานรับฟังลำดับเหตุการณ์ ตรวจเอกสารสำคัญ และระบุข้อมูลที่ต้องขอเพิ่มเติม การสนทนาครั้งแรกอาจยังไม่เพียงพอสำหรับข้อสรุปสุดท้ายหากสำนวนซับซ้อน

 

ขั้นตอนที่ 3 ประเมินประเด็นและทางเลือก

 

แยกประเด็นกฎหมาย ความเร่งด่วน หลักฐาน จุดเสี่ยง และทางเลือก พร้อมอธิบายสิ่งที่ทำได้และสิ่งที่ยังไม่ควรทำ

 

ขั้นตอนที่ 4 เสนอขอบเขตงาน

 

กำหนดงาน ทีมผู้รับผิดชอบ ขั้นตอน ค่าบริการ ค่าใช้จ่าย และวิธีรายงานให้ชัดก่อนเริ่มดำเนินการ

 

ขั้นตอนที่ 5 เปิดแฟ้มและจัดระบบคดี

 

จัด timeline บัญชีเอกสาร รายชื่อบุคคล ประเด็นคดี และปฏิทินกำหนด พร้อมช่องทางรับส่งข้อมูล

 

ขั้นตอนที่ 6 ดำเนินการตามแผน

 

อาจเป็นการชี้แจง เจรจา ร้องทุกข์ เตรียมประกันตัว ฟ้องคดี ต่อสู้คดี อุทธรณ์ คัดค้านคำสั่ง หรือปรับโครงสร้างเอกสารตามขอบเขตที่ตกลง

 

ขั้นตอนที่ 7 รายงานและทบทวน

 

เมื่อมีเอกสาร พยาน คำสั่ง หรือข้อเสนอใหม่ ทีมจะประเมินผลต่อกลยุทธ์และหารือการตัดสินใจที่สำคัญกับลูกความ

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทีมทนาย

 

คดีทุกคดีต้องใช้ทีมทนายหรือไม่

 

ไม่จำเป็น คดีไม่ซับซ้อนอาจเหมาะกับทนายคนเดียว การจัดทีมควรสัมพันธ์กับปริมาณงาน ความเสี่ยง และงบประมาณ ไม่ใช่จำนวนคนเพื่อภาพลักษณ์

 

จ้างทีมทนายแล้วใครจะเป็นคนขึ้นศาล

 

ขึ้นกับการมอบหมาย ขอบเขตงาน และลักษณะวันนัด ควรถามและระบุให้ชัดก่อนว่าจ้างว่าใครเป็นทนายหลัก ใครอาจขึ้นศาลแทน และมีวิธีส่งต่องานอย่างไร

 

จะได้คุยกับทนายหลักโดยตรงหรือไม่

 

ควรมีช่องทางและจังหวะสำหรับเรื่องสำคัญ ส่วนการนัดหมายหรือเอกสารทั่วไปอาจผ่านผู้ประสาน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพ ลูกความควรรู้ว่าประเด็นใดต้องส่งถึงทนายหลักทันที

 

ทีมทนายจำนวนมากทำให้ชนะคดีมากขึ้นหรือไม่

 

ไม่มีการรับประกัน จำนวนคนไม่แทนคุณภาพของข้อเท็จจริง หลักฐาน และกลยุทธ์ ทีมที่เหมาะสมช่วยแบ่งงานและตรวจสอบ แต่ผลคดียังขึ้นกับปัจจัยอื่น

 

ขอรายชื่อและเลขใบอนุญาตก่อนจ้างได้หรือไม่

 

ควรขอข้อมูลของทนายผู้รับผิดชอบและตรวจสอบผ่านสภาทนายความ โปรไฟล์ที่เปิดเผยอย่างถูกต้องช่วยให้ประเมินตัวตนและความเหมาะสมได้

 

ทีมทนายสามารถรับคดีทั่วประเทศหรือไม่

 

สามารถรับประเมินได้ แต่การรับงานจริงขึ้นกับเขตอำนาจ พื้นที่ วันนัด ความพร้อม และค่าใช้จ่าย ควรแจ้งจังหวัด ศาล หรือหน่วยงานตั้งแต่แรก

 

มีทีมทนายประจำคดีอาญาเร่งด่วนหรือไม่

 

การจัดคนขึ้นกับเวลาและความพร้อม หากมีการจับกุม ฝากขัง หรือวันนัดใกล้ ควรโทรแจ้งทันทีพร้อมสถานที่ เลขคดี ข้อหา และเวลาที่ทราบ ทีมจะประเมินว่าสามารถรับงานได้หรือไม่

 

ผู้เสียหายกับผู้ถูกกล่าวหาใช้ทีมเดียวกันได้หรือไม่

 

ในเรื่องเดียวกันโดยทั่วไปมีความขัดกันของผลประโยชน์ จึงต้องตรวจ conflict ก่อนรับงาน สำนักงานอาจต้องปฏิเสธฝ่ายหนึ่งเพื่อรักษาความเป็นอิสระและความลับ

 

คดีบริษัทควรให้พนักงานทุกคนอยู่ในกลุ่มคดีหรือไม่

 

ไม่ควร ข้อมูลควรจำกัดตามความจำเป็น กำหนดผู้ประสานหลักและผู้มีอำนาจตัดสินใจ การกระจายข้อมูลมากเกินไปเพิ่มความเสี่ยงต่อความลับและข้อความไม่สอดคล้องกัน

 

เอกสารจำนวนมากส่งทาง LINE ได้หรือไม่

 

ควรส่งเฉพาะข้อมูลคัดกรองและสอบถามช่องทางสำหรับไฟล์จำนวนมาก เอกสารต้องจัดหมวดและตั้งชื่อก่อนส่ง ไม่ควรส่งรหัสผ่าน OTP หรือข้อมูลลับที่ไม่เกี่ยวข้อง

 

ทนายจะเก็บต้นฉบับเอกสารไว้หรือไม่

 

ขึ้นกับประเภทงานและข้อตกลง ควรมีรายการรับส่งเอกสาร ระบุว่าเป็นต้นฉบับหรือสำเนา และคืนเมื่อใด ลูกความควรเก็บสำเนาของตนด้วย

 

ถ้าข้อมูลที่เคยให้ไม่ถูกต้องควรทำอย่างไร

 

แจ้งทีมทันทีพร้อมเอกสารที่ถูกต้อง อย่ารอให้อีกฝ่ายเปิดเผยในศาล การแก้แผนเร็วมีโอกาสจัดการผลกระทบได้ดีกว่าการปิดบัง

 

ทีมทนายช่วยเจรจาก่อนฟ้องได้หรือไม่

 

ได้หากเหมาะกับคดี ทีมสามารถประเมินข้อเรียกร้อง หลักประกัน เงื่อนไขชำระ และผลทางคดี แต่ต้องระวังข้อความหรือการยอมรับที่อาจถูกใช้ภายหลัง

 

จ้างเฉพาะให้ตรวจสำนวนหรือวางกลยุทธ์ได้หรือไม่

 

อาจกำหนดขอบเขตเฉพาะได้ ขึ้นกับการรับงานของสำนักงาน ควรระบุว่าต้องการความเห็นครั้งเดียว การทบทวนเอกสาร หรือการทำงานร่วมกับทนายเดิม และแจ้งกำหนดเวลาให้ครบ

 

ทีมทนายช่วยอุทธรณ์หรือฎีกาคดีที่แพ้มาแล้วได้หรือไม่

 

ต้องตรวจคำพิพากษา สำนวน ประเด็นที่ยกขึ้น และกำหนดก่อน จึงจะประเมินได้ว่ามีประเด็นดำเนินการหรือไม่ ไม่ควรสัญญาว่าจะแก้ผลคดีโดยยังไม่อ่านเอกสาร

 

ค่าจ้างทีมทนายแพงกว่าทนายคนเดียวเสมอหรือไม่

 

ไม่เสมอ ขึ้นกับโครงสร้างงาน ทีมที่แบ่งงานเหมาะสมอาจควบคุมต้นทุนได้ แต่คดีซับซ้อนย่อมใช้เวลาและทรัพยากรมาก ควรดูขอบเขตและประโยชน์ ไม่ใช่จำนวนคนเท่านั้น

 

เมื่อจ่ายค่าจ้างแล้วสามารถเพิ่มงานอื่นได้ทันทีหรือไม่

 

งานนอกขอบเขต เช่น คดีใหม่ อุทธรณ์ บังคับคดี หรือประสานหน่วยงานอื่น อาจต้องประเมินและตกลงเพิ่มเติม ควรแจ้งความต้องการทั้งหมดตั้งแต่ต้นเท่าที่ทราบ

 

ทีมทนายรับประกันว่าจะชนะหรือไม่

 

ไม่ควรมีผู้ใดรับประกันผลคดี ทีมสามารถอธิบายแนวทาง จุดแข็ง ความเสี่ยง และสิ่งที่จะดำเนินการ แต่คำตัดสินขึ้นกับข้อเท็จจริง หลักฐาน กฎหมาย และผู้มีอำนาจวินิจฉัย

 

ควรติดต่อทีมทนายเมื่อใด

 

ก่อนให้ถ้อยคำ ก่อนลงนาม ก่อนเส้นตาย และก่อนทรัพย์หรือหลักฐานเปลี่ยนมือดีที่สุด หากเหตุเกิดแล้วให้ติดต่อเร็วที่สุดเพื่อรักษาทางเลือกที่ยังมี

 

นัดหมายทีมทนาย SLS 2017 เพื่อประเมินคดีอย่างเป็นระบบ

 

คดีสำคัญไม่ควรเริ่มจากคำรับรองว่าจะชนะ แต่ควรเริ่มจากการรู้ข้อเท็จจริง เอกสาร กำหนดเวลา และเป้าหมายที่แท้จริง ทีมทนายที่ดีต้องบอกได้ว่าใครรับผิดชอบ ต้องทำอะไรก่อน และมีความเสี่ยงตรงไหน

 

บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด ให้บริการประเมินและดำเนินงานด้านคดีอาญา คดีแพ่ง คดีธุรกิจ คดีภาษี คดีฟอกเงินและอายัดทรัพย์ คดีปกครอง คดีแรงงาน คดีครอบครัวและมรดก และคดีที่ดิน การรับงานขึ้นกับการตรวจความขัดกันของผลประโยชน์ ข้อเท็จจริง เอกสาร พื้นที่ กำหนดเวลา และความพร้อมของทีม

 

เพื่อให้ประเมินเร็ว โปรดเตรียมสรุปเหตุการณ์ ชื่อคู่กรณี หมายหรือหนังสือสำคัญ วันนัด และเป้าหมายที่ต้องการ แล้วติดต่อเพื่อนัดหมาย

 

โทร 099-096-4440

 

โทร 063-995-3361

 

โทร 02-103-1961

 

โทร 02-000-4270

 

LINE: @sls2017

 

 

เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz

Visitors: 187,256