ทนายธุรกิจ ทีมทนายความมืออาชีพ ทนายคดีอาญา ทนายคดีแพ่ง ทนายคดีปกครอง ทนายความคดีฟอกเงิน ทนายคดีภาษี พร้อมอดีตผู้พิพากษา ทีมที่ปรึกษากฎหมายนักกฎหมายพร้อมดูแล  ติดต่อโทร 099-096-4440, 063-995-3361, 02-103-1961, 02-000-4270 หรือ ไลน์: @sls2017

   ปัญหาธุรกิจจำนวนมากไม่ได้เริ่มต้นในศาล แต่เริ่มจากข้อตกลงที่ไม่ชัดเจน โครงสร้างผู้ถือหุ้นไม่สมดุล อำนาจกรรมการกว้างเกินไป สัญญาไม่มีทางออกเมื่อผิดนัด หรือการตัดสินใจเรื่องสำคัญที่ไม่มีมติและหลักฐานรองรับ

 

เมื่อความไว้วางใจเริ่มหายไป ปัญหาเล็กอาจพัฒนาเป็นข้อพิพาทหลายด้านพร้อมกัน เช่น

  • ผู้ถือหุ้นไม่ยอมให้ตรวจเอกสาร
  • กรรมการนำเงินบริษัทไปใช้
  • หุ้นส่วนไม่แบ่งกำไร
  • คู่ค้าผิดสัญญา
  • ลูกหนี้ไม่ชำระเงิน
  • ผู้บริหารนำฐานลูกค้าออกไป
  • มีการปลอมรายงานประชุม
  • ผู้ถือหุ้นเสียงข้างมากกีดกันผู้ถือหุ้นรายย่อย
  • บริษัทไม่สามารถตัดสินใจเพราะคะแนนเสียงเท่ากัน
  • นักลงทุนต้องการถอนตัวแต่ไม่มีวิธีประเมินราคาหุ้น
  • มีความเสี่ยงด้านอาญา ภาษี หรือฟอกเงินเกี่ยวเนื่องกับธุรกรรม

 

  ทนายธุรกิจของบริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด ให้บริการทั้งด้านการป้องกันความเสี่ยง ที่ปรึกษากฎหมาย และการจัดการข้อพิพาท ครอบคลุมสัญญาธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจกรรมการ การประชุมและมติ การซื้อขายหุ้น หนี้การค้า การลงทุน ตลอดจนการฟ้องและต่อสู้คดีธุรกิจ

 

เป้าหมายไม่ใช่เพียงทำให้เอกสารถูกต้อง แต่ต้องช่วยให้ผู้บริหารเห็นว่า

 

  • ใครมีสิทธิและอำนาจตัดสินใจ
  • ใครต้องรับผิดเมื่อธุรกรรมเกิดความเสียหาย
  • ความเสี่ยงใดควรป้องกันก่อนลงนาม
  • ข้อพิพาทใดควรเจรจา
  • ข้อพิพาทใดต้องรีบใช้มาตรการทางกฎหมาย
  • ธุรกิจจะดำเนินต่ออย่างไรระหว่างมีข้อพิพาท
  • หากความสัมพันธ์สิ้นสุด จะซื้อหุ้น ขายหุ้น หรือออกจากกิจการอย่างไร
  • ต้องวางแผนคดีแพ่ง อาญา ภาษี และแรงงานร่วมกันหรือไม่

 

บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด

บริการทนายธุรกิจและที่ปรึกษากฎหมายบริษัท

 

โทรศัพท์: 099-096-4440

โทรศัพท์: 063-995-3361

โทรศัพท์: 02-103-1961

โทรศัพท์: 02-000-4270

LINE Official: @sls2017

เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz

 

ทนายธุรกิจเหมาะกับใคร

 

บริการนี้เหมาะสำหรับ

 

  • เจ้าของกิจการ
  • ผู้ก่อตั้งบริษัท
  • นักลงทุน
  • กรรมการ
  • ผู้ถือหุ้นเสียงข้างมาก
  • ผู้ถือหุ้นรายย่อย
  • หุ้นส่วนธุรกิจ
  • ผู้บริหารระดับสูง
  • บริษัทครอบครัว
  • บริษัทที่มีนักลงทุนต่างชาติ
  • บริษัทที่กำลังซื้อหรือขายกิจการ
  • บริษัทที่มีข้อพิพาทกับคู่ค้า
  • บริษัทที่มีหนี้การค้าจำนวนมาก
  • บริษัทที่ต้องการที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน
  • ผู้ที่กำลังจะร่วมลงทุนและต้องการตรวจสัญญาก่อนโอนเงิน

 

มีข้อพิพาทธุรกิจเร่งด่วน ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก

 

หากเริ่มพบความผิดปกติ เช่น เงินบริษัทถูกโอน เอกสารหาย ผู้ถือหุ้นถูกกีดกัน คู่ค้ากำลังจำหน่ายทรัพย์ หรือมีการเรียกประชุมอย่างไม่ถูกต้อง ควรดำเนินการดังนี้

 

  • รักษาเอกสารและข้อมูลต้นฉบับ
  • สำรองข้อมูลที่ตนมีสิทธิเข้าถึงโดยชอบ
  • ตรวจหนังสือรับรองและอำนาจกรรมการ
  • ตรวจข้อบังคับและข้อตกลงผู้ถือหุ้น
  • ตรวจรายการเดินบัญชีและเอกสารอนุมัติ
  • บันทึกลำดับเหตุการณ์
  • ตรวจวันประชุม วันได้รับหนังสือ และกำหนดสำคัญ
  • หลีกเลี่ยงการลงนามในเอกสารเพิ่มเติม
  • ไม่เผยแพร่ข้อกล่าวหาต่อสาธารณะโดยไม่มีหลักฐาน
  • ปรึกษาทนายธุรกิจก่อนโอนหุ้น โอนทรัพย์ หรือยอมรับข้อตกลง

 

ไม่ควรเข้าใช้บัญชี อีเมล หรือระบบของบริษัทโดยไม่มีสิทธิ แม้เคยมีรหัสผ่าน เพราะการรักษาหลักฐานต้องกระทำโดยชอบและไม่สร้างความรับผิดใหม่

 

ทนายธุรกิจให้บริการอะไรบ้าง

 

การวางโครงสร้างกิจการ

 

  • เลือกรูปแบบนิติบุคคล
  • วางสัดส่วนผู้ถือหุ้น
  • กำหนดอำนาจกรรมการ
  • จัดทำข้อบังคับ
  • วางกลไกตัดสินใจ
  • กำหนดเรื่องที่ต้องใช้มติพิเศษ
  • ป้องกันภาวะทางตัน
  • วางทางออกสำหรับผู้ร่วมก่อตั้ง
  • กำหนดสิทธิซื้อหุ้นก่อน
  • วางแผนเมื่อผู้ถือหุ้นเสียชีวิตหรือไม่สามารถทำงานได้

 

การร่างและตรวจสัญญา

 

  • สัญญาร่วมลงทุน
  • ข้อตกลงผู้ถือหุ้น
  • สัญญาซื้อขายหุ้น
  • สัญญาซื้อขายกิจการ
  • สัญญาซื้อขายสินค้า
  • สัญญาบริการ
  • สัญญาจ้างทำของ
  • สัญญาตัวแทน
  • สัญญานายหน้า
  • สัญญาแฟรนไชส์
  • สัญญาจัดจำหน่าย
  • สัญญารักษาความลับ
  • สัญญาอนุญาตใช้สิทธิ
  • สัญญาเช่าพื้นที่ธุรกิจ
  • สัญญากู้ยืม
  • สัญญาค้ำประกัน
  • สัญญาประนีประนอม

 

ที่ปรึกษากรรมการและผู้ถือหุ้น

 

  • ตรวจอำนาจลงนาม
  • ตรวจผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ตรวจรายการระหว่างบริษัทกับบุคคลเกี่ยวข้อง
  • ให้คำปรึกษาเรื่องเงินกู้กรรมการ
  • การใช้ทรัพย์สินบริษัท
  • การจ่ายเงินปันผล
  • การเพิ่มทุนและลดทุน
  • การโอนหุ้น
  • การออกเสียงในที่ประชุม
  • การเปิดเผยข้อมูล
  • ความรับผิดของกรรมการ
  • การลาออกหรือถอดถอนกรรมการ

 

คดีและข้อพิพาททางธุรกิจ

 

  • ผิดสัญญาธุรกิจ
  • หนี้การค้า
  • ข้อพิพาทผู้ถือหุ้น
  • ข้อพิพาทกรรมการ
  • ข้อพิพาทร่วมลงทุน
  • กรรมการใช้เงินบริษัท
  • กรรมการทำธุรกิจแข่ง
  • การนำฐานลูกค้าไปใช้
  • ปลอมเอกสารบริษัท
  • เพิกถอนมติที่ประชุม
  • การกีดกันผู้ถือหุ้น
  • บริษัทบริหารต่อไม่ได้
  • ข้อพิพาทการซื้อขายหุ้น
  • ข้อพิพาทซื้อขายกิจการ
  • ความลับทางการค้า
  • การเลิกบริษัทและชำระบัญชี
  • คดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

 

ที่ปรึกษากฎหมายรายเดือน

 

  • ตอบข้อหารือ
  • ตรวจสัญญา
  • ร่างหนังสือ
  • ตรวจเอกสารบริษัท
  • ให้คำปรึกษา HR
  • ติดตามหนี้
  • ประเมินข้อพิพาท
  • ตรวจนโยบาย
  • ฝึกอบรมผู้บริหารหรือพนักงาน
  • ช่วยจัดลำดับความเสี่ยง
  • ประสานงานเมื่อเกิดคดีเร่งด่วน

 

ทนายธุรกิจต่างจากทนายคดีทั่วไปอย่างไร

 

ทนายธุรกิจต้องมองมากกว่าคำถามว่า “ฟ้องได้หรือไม่” เพราะการฟ้องอาจกระทบ

 

  • กระแสเงินสด
  • ความเชื่อมั่นของธนาคาร
  • ลูกค้า
  • คู่ค้า
  • นักลงทุน
  • พนักงาน
  • ใบอนุญาต
  • ภาษี
  • ชื่อเสียง
  • ความต่อเนื่องของกิจการ

 

บางคดีมีโอกาสชนะสูง แต่การฟ้องทันทีอาจทำให้ธุรกิจหยุดชะงัก ในขณะที่บางกรณีการเจรจานานเกินไปอาจเปิดโอกาสให้คู่กรณีโอนทรัพย์ ทำลายหลักฐาน หรือสร้างมติใหม่ที่กระทบสิทธิ

 

ทนายธุรกิจจึงต้องเชื่อมทางเลือกทางกฎหมายกับเป้าหมายเชิงพาณิชย์ของผู้ว่าจ้าง

 

ก่อนร่วมลงทุน ต้องตกลงเรื่องใดบ้าง

 

ผู้ร่วมลงทุนมักให้ความสำคัญกับสัดส่วนหุ้นและเงินลงทุน แต่ละเลยกติกาเมื่อเกิดความเห็นไม่ตรงกัน

 

ก่อนลงทุนควรตกลงเรื่อง

 

  • เงินลงทุนของแต่ละฝ่าย
  • กำหนดชำระ
  • การประเมินมูลค่าทรัพย์หรือแรงงานที่นำมาลง
  • สัดส่วนหุ้น
  • สิทธิออกเสียง
  • อำนาจกรรมการ
  • ผู้มีอำนาจควบคุมบัญชีธนาคาร
  • งบประมาณ
  • เงินเดือนผู้ก่อตั้ง
  • การจ่ายเงินปันผล
  • การเพิ่มทุน
  • การออกหุ้นใหม่
  • การโอนหุ้น
  • การรับผู้ลงทุนใหม่
  • การทำธุรกิจแข่งขัน
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • ความลับ
  • การออกจากกิจการ
  • การประเมินราคาหุ้น
  • การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพ
  • การแก้ภาวะทางตัน
  • วิธีระงับข้อพิพาท

 

คำว่า “แบ่งกันคนละครึ่งและบริหารร่วมกัน” อาจดูเป็นธรรม แต่ถ้าไม่มีวิธีแก้เมื่อลงคะแนนเท่ากัน บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินเรื่องสำคัญได้

 

ข้อตกลงระหว่างผู้ถือหุ้นสำคัญอย่างไร

 

ข้อตกลงผู้ถือหุ้นช่วยกำหนดกติกาภายในที่ละเอียดกว่าข้อมูลในหนังสือรับรอง เช่น

 

  • เรื่องที่กรรมการตัดสินใจได้
  • เรื่องที่ต้องขอความเห็นชอบผู้ถือหุ้น
  • เรื่องที่ต้องใช้คะแนนเสียงพิเศษ
  • สิทธิเสนอชื่อกรรมการ
  • สิทธิตรวจข้อมูล
  • สิทธิซื้อหุ้นก่อน
  • การห้ามโอนหุ้นให้คู่แข่ง
  • การขายหุ้นร่วมกัน
  • การบังคับขายหุ้นภายใต้เงื่อนไข
  • การประเมินมูลค่าหุ้น
  • การออกจากกิจการ
  • การไม่แข่งขัน
  • การรักษาความลับ
  • ทางออกเมื่อบริหารถึงทางตัน

 

ข้อตกลงต้องสอดคล้องกับข้อบังคับบริษัท มติ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรมีเอกสารหลายชุดที่กำหนดอำนาจขัดแย้งกัน

 

ผู้ถือหุ้น 49–49–2 มีความเสี่ยงอะไร

 

โครงสร้างที่ผู้ถือหุ้นสองฝ่ายถือฝ่ายละ 49% และบุคคลที่สามถือ 2% อาจเกิดความเสี่ยง เช่น

 

  • ผู้ถือหุ้น 2% กลายเป็นเสียงชี้ขาด
  • ฝ่ายหนึ่งควบคุมกรรมการแต่ไม่มีเสียงผู้ถือหุ้นเด็ดขาด
  • การประชุมไม่ครบองค์ประชุม
  • ไม่สามารถผ่านมติสำคัญ
  • ผู้ถือหุ้นไม่ยอมเพิ่มทุน
  • กิจการเกิดภาวะทางตัน
  • มีข้อสงสัยว่าผู้ถือหุ้น 2% ถือหุ้นแทนบุคคลอื่น
  • ผู้ถือหุ้นฝ่ายหนึ่งถูกกีดกันข้อมูล

 

ควรกำหนด Reserved Matters กลไก Deadlock วิธีประเมินราคาหุ้น และวิธีซื้อออกให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

 

อำนาจกรรมการหมายความว่าสามารถทำอะไรก็ได้หรือไม่

 

ไม่ใช่ แม้กรรมการมีอำนาจลงนามแทนบริษัท ก็ยังต้องดำเนินการภายในวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติ หน้าที่ และประโยชน์ของบริษัท

 

ก่อนทำธุรกรรมสำคัญควรตรวจ

 

  • หนังสือรับรอง
  • ข้อบังคับ
  • มติคณะกรรมการ
  • มติผู้ถือหุ้น
  • ข้อจำกัดในสัญญา
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ความสมเหตุสมผลของราคา
  • ภาษี
  • การเปิดเผยข้อมูล
  • ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากธุรกรรม

 

การมีอำนาจลงนามอาจทำให้นิติกรรมผูกพันบริษัทในบางกรณี แต่ไม่ได้ทำให้กรรมการพ้นความรับผิดภายใน หากใช้อำนาจโดยไม่สุจริตหรือทำให้บริษัทเสียหาย

 

กรรมการนำเงินบริษัทไปใช้ส่วนตัว ทำอย่างไร

 

ต้องเริ่มจากการแยกประเภทของเงิน เช่น

 

  • ค่าใช้จ่ายบริษัท
  • เงินทดรอง
  • เงินกู้กรรมการ
  • ค่าตอบแทน
  • เงินปันผล
  • คืนเงินลงทุน
  • เงินที่ถอนโดยไม่มีเอกสาร
  • เงินที่โอนไปยังบุคคลเกี่ยวข้อง

 

หลักฐานสำคัญ ได้แก่

 

  • รายการเดินบัญชี
  • ใบสำคัญจ่าย
  • เอกสารอนุมัติ
  • สัญญากู้
  • รายงานประชุม
  • เอกสารภาษี
  • ใบเสร็จ
  • วัตถุประสงค์ของรายการ
  • ผู้ได้รับประโยชน์
  • การบันทึกบัญชี

 

หากใช้เพื่อกิจการแต่เอกสารไม่ครบ อาจต้องแก้ระบบเอกสารและบัญชี แต่หากนำไปใช้ส่วนตัวโดยไม่มีสิทธิ อาจมีความรับผิดทางแพ่ง บริษัท และอาจมีประเด็นอาญาตามพฤติการณ์

 

ไม่ควรสรุปความผิดจากรายการโอนเพียงรายการเดียว ต้องตรวจที่มา อำนาจ และวัตถุประสงค์ทั้งหมด

 

บริษัทจะให้กรรมการกู้เงินได้หรือไม่

 

ก่อนดำเนินการควรตรวจ

 

  • อำนาจอนุมัติ
  • ข้อบังคับบริษัท
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน
  • วงเงิน
  • วัตถุประสงค์
  • ดอกเบี้ย
  • กำหนดชำระ
  • หลักประกัน
  • ความสามารถชำระคืน
  • ผลกระทบต่อสภาพคล่อง
  • การบันทึกบัญชี
  • ภาษี
  • การเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้น

 

ไม่ควรโอนเงินโดยอาศัยเพียงความเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้น ควรมีสัญญา มติ และเงื่อนไขที่ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะเมื่อกรรมการหรือผู้ถือหุ้นมีผลประโยชน์ส่วนตัวในรายการ

 

กรรมการขายที่ดินของบริษัทได้ทันทีหรือไม่

 
ต้องตรวจอย่างน้อย

 

  • ที่ดินเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร
  • วัตถุประสงค์บริษัท
  • อำนาจกรรมการ
  • ข้อบังคับ
  • มติที่จำเป็น
  • ราคาขายและวิธีประเมิน
  • ผู้ซื้อเป็นบุคคลเกี่ยวข้องหรือไม่
  • มีจำนองหรือภาระผูกพันหรือไม่
  • ผลกระทบต่อกิจการ
  • ภาษีและค่าธรรมเนียม
  • สัญญาหรือเงื่อนไขของเจ้าหนี้
  • เงินที่ได้รับเข้าบริษัทหรือไม่

 

หากเป็นทรัพย์สินสำคัญหรือขายให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง ควรมีหลักฐานว่าธุรกรรมเป็นประโยชน์และเป็นธรรมต่อบริษัท ไม่ควรอาศัยเพียงชื่อกรรมการผู้มีอำนาจในหนังสือรับรอง

 

ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีสิทธิอะไรบ้าง

 

สิทธิขึ้นอยู่กับกฎหมาย ข้อบังคับ และเอกสารของบริษัท โดยอาจเกี่ยวข้องกับ

 

  • การเข้าประชุม
  • การออกเสียง
  • การได้รับหนังสือนัดประชุม
  • การตรวจเอกสารบางประเภท
  • การได้รับเงินปันผลเมื่อมีมติชอบ
  • การคัดค้านมติที่ไม่ชอบ
  • การเรียกประชุมภายใต้เงื่อนไข
  • การดำเนินการเมื่อกรรมการทำให้บริษัทเสียหาย
  • การคุ้มครองจากการเพิ่มทุนหรือโอนหุ้นที่ไม่ชอบ
  • การขอให้ศาลมีคำสั่งตามสิทธิและเงื่อนไขกฎหมาย

 

ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่ควรนำทรัพย์สินหรือข้อมูลบริษัทไปใช้โดยไม่มีสิทธิ แต่ควรรักษาหนังสือนัด รายงานประชุม ทะเบียนผู้ถือหุ้น และหลักฐานการกีดกันไว้

 

การประชุมและมติบริษัทผิดขั้นตอน มีผลอย่างไร

 

ประเด็นที่ควรตรวจ ได้แก่

 

  • ใครเป็นผู้เรียกประชุม
  • วิธีส่งหนังสือนัด
  • ระยะเวลาแจ้ง
  • วาระ
  • องค์ประชุม
  • ผู้มีสิทธิออกเสียง
  • ผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ประเภทมติ
  • จำนวนคะแนน
  • รายงานประชุม
  • การจดทะเบียนภายหลังมติ
  • กำหนดเวลาคัดค้านหรือดำเนินการ

 

มติที่มีเนื้อหาสมเหตุสมผลอาจยังถูกโต้แย้งได้หากกระบวนการไม่ชอบ ในทางกลับกัน ความผิดพลาดเล็กน้อยบางเรื่องอาจมีผลต่างกัน จึงต้องตรวจข้อเท็จจริงและกฎหมายเฉพาะกรณี

 

บริษัทบริหารต่อไม่ได้เพราะผู้ถือหุ้นขัดแย้งกัน

 

ภาวะทางตันอาจเกิดเมื่อ

 

  • คะแนนเสียงเท่ากัน
  • กรรมการไม่ลงนาม
  • ไม่สามารถผ่านงบประมาณ
  • ไม่สามารถแต่งตั้งผู้บริหาร
  • ไม่มีองค์ประชุม
  • บัญชีถูกระงับ
  • ผู้ถือหุ้นไม่เพิ่มทุน
  • ต่างฝ่ายกล่าวหากัน
  • ลูกค้าหรือพนักงานถูกดึงไปคนละฝ่าย

 

ทางเลือกอาจประกอบด้วย

 

  • กำหนดผู้ไกล่เกลี่ย
  • เจรจาซื้อหุ้น
  • แบ่งทรัพย์หรือธุรกิจ
  • ปรับอำนาจกรรมการ
  • ใช้ผู้ประเมินราคาอิสระ
  • ขายกิจการ
  • ใช้กลไกตามสัญญา
  • ดำเนินคดีเมื่อมีการละเมิดสิทธิ
  • เลิกและชำระบัญชีเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น

 

การฟ้องคดีอาจจำเป็น แต่ควรมีแผนรักษาลูกค้า พนักงาน บัญชี ระบบ และทรัพย์สินระหว่างข้อพิพาทด้วย

 

สัญญาธุรกิจที่ดีต้องมีอะไร

 

สัญญาที่ดีควรตอบคำถามได้ว่า

 

  • ใครเป็นคู่สัญญา
  • ผู้ลงนามมีอำนาจหรือไม่
  • แต่ละฝ่ายต้องทำอะไร
  • ส่งมอบเมื่อใด
  • ตรวจรับอย่างไร
  • ชำระเงินเมื่อใด
  • ภาษีเป็นหน้าที่ใคร
  • มีหลักประกันหรือไม่
  • ข้อมูลใดเป็นความลับ
  • ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของใคร
  • หากล่าช้าจะเกิดผลอย่างไร
  • หากผิดสัญญาต้องแก้ไขภายในกี่วัน
  • บอกเลิกได้เมื่อใด
  • ค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับเป็นอย่างไร
  • เหตุสุดวิสัยจัดการอย่างไร
  • กฎหมายใดใช้บังคับ
  • ศาลหรืออนุญาโตตุลาการใดมีอำนาจ

 

การใช้สัญญาต้นแบบโดยไม่ปรับตามโมเดลธุรกิจอาจทำให้ข้อสำคัญขัดกับวิธีทำงานจริง

 

ตรวจสัญญาก่อนเซ็นต้องดูอะไร

 

ทนายควรตรวจจากมุมการปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงแก้ภาษา

 

ควรถามว่า

 

  • บริษัททำตามกำหนดได้จริงหรือไม่
  • เกณฑ์ตรวจรับเป็นรูปธรรมหรือไม่
  • คู่สัญญาเลื่อนการรับงานได้หรือไม่
  • บริษัทต้องลงทุนก่อนมากเพียงใด
  • มีสิทธิระงับงานเมื่อไม่ชำระหรือไม่
  • ความรับผิดถูกจำกัดหรือไม่
  • ค่าเสียหายฝ่ายเดียวหรือไม่
  • การรับประกันยาวเกินความสามารถหรือไม่
  • ทรัพย์สินทางปัญญาถูกโอนเมื่อใด
  • เลิกสัญญาแล้วได้รับเงินส่วนใด
  • คู่สัญญามีทรัพย์หรือฐานะเพียงใด
  • บังคับสัญญาในประเทศใด

 

ทนายติดตามหนี้การค้า

 

การติดตามหนี้ควรเริ่มจากการตรวจเอกสารและความสามารถในการชำระ ไม่ใช่เริ่มจากหนังสือข่มขู่

 

เอกสารที่ควรมี ได้แก่

 

  • สัญญา
  • ใบสั่งซื้อ
  • ใบส่งของ
  • ใบตรวจรับ
  • ใบแจ้งหนี้
  • ใบเสร็จ
  • รายการชำระบางส่วน
  • อีเมล
  • ข้อความยอมรับหนี้
  • หนังสือรับสภาพหนี้
  • หลักประกัน
  • ข้อมูลบริษัทลูกหนี้

 

ทางเลือกอาจเป็น

 

  • หนังสือทวงถาม
  • เจรจาผ่อนชำระ
  • ขอหลักประกัน
  • สัญญารับสภาพหนี้
  • หักกลบลบหนี้
  • ระงับการส่งมอบตามสิทธิ
  • ฟ้องคดี
  • บังคับคดี

 

ก่อนฟ้องควรประเมินทรัพย์สินและสถานะของลูกหนี้ เพราะชนะคดีแล้วอาจยังต้องสืบทรัพย์และบังคับคดีอีกขั้นหนึ่ง

 

ซื้อหรือขายกิจการต้องตรวจอะไร

 

Legal Due Diligence อาจครอบคลุม

 

  • โครงสร้างผู้ถือหุ้น
  • อำนาจกรรมการ
  • ทุนและการชำระค่าหุ้น
  • สัญญาสำคัญ
  • ใบอนุญาต
  • ที่ดินและทรัพย์สิน
  • หนี้และหลักประกัน
  • คดีความ
  • แรงงาน
  • ภาษี
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • ข้อมูลส่วนบุคคล
  • การปฏิบัติตามกฎหมาย
  • รายการกับบุคคลเกี่ยวข้อง
  • ภาระที่อาจเกิดภายหลัง

 

ผลการตรวจควรถูกนำไปใช้กำหนดราคา เงื่อนไขก่อนซื้อ คำรับรอง การชดใช้ความเสียหาย และเงินที่อาจกันไว้ ไม่ใช่เพียงจัดทำรายงานแล้วไม่เชื่อมกับสัญญาซื้อขาย

 

คดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

 

ข้อพิพาทธุรกิจอาจมีประเด็นอาญา เช่น

 

  • ฉ้อโกง
  • ยักยอก
  • ปลอมเอกสาร
  • ใช้เอกสารปลอม
  • นำทรัพย์สินบริษัทไปใช้
  • เปิดเผยความลับ
  • ความผิดเกี่ยวกับข้อมูลคอมพิวเตอร์
  • ฟอกเงิน
  • ความผิดทางภาษี
  • ความผิดตามกฎหมายเฉพาะธุรกิจ

 

ต้องแยกให้ชัดว่าเป็นการผิดสัญญาทางแพ่งหรือมีเจตนาและองค์ประกอบความผิดอาญาจริง การใช้คดีอาญาเพื่อกดดันการชำระหนี้โดยไม่มีฐานข้อเท็จจริงเพียงพออาจสร้างความเสี่ยงกลับแก่ผู้ร้อง

 

ธุรกิจต่างชาติและหุ้นส่วนคนไทย

 

นักลงทุนต่างชาติควรตรวจ

 

  • ข้อจำกัดการประกอบธุรกิจ
  • สัดส่วนการถือหุ้น
  • ใบอนุญาต
  • อำนาจกรรมการ
  • การนำเงินลงทุนเข้า
  • สัญญาร่วมลงทุน
  • สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา
  • การจ้างงานและใบอนุญาตทำงาน
  • ภาษี
  • การโอนกำไร
  • วิธีออกจากการลงทุน
  • ข้อห้ามเกี่ยวกับนอมินี

 

ไม่ควรใช้ผู้ถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย เพราะอาจกระทบบริษัท ทรัพย์สิน การควบคุมกิจการ และความรับผิดของบุคคลที่เกี่ยวข้อง

 

Compliance สำหรับธุรกิจ

 

ขอบเขต Compliance ขึ้นอยู่กับอุตสาหกรรม อาจรวมถึง

 

  • กฎหมายบริษัท
  • แรงงาน
  • ภาษี
  • ข้อมูลส่วนบุคคล
  • ผู้บริโภค
  • โฆษณา
  • การแข่งขันทางการค้า
  • ป้องกันการทุจริต
  • ป้องกันฟอกเงิน
  • ใบอนุญาตผลิตภัณฑ์
  • สิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและความปลอดภัย
  • การค้าระหว่างประเทศ

 

ระบบที่ดีควรมีผู้รับผิดชอบ นโยบาย ขั้นตอนอนุมัติ การอบรม การตรวจสอบ และช่องทางรายงานปัญหา ไม่ใช่เพียงมีเอกสารที่ไม่มีการใช้งานจริง

 

ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจรายเดือนเหมาะกับใคร

 

เหมาะกับบริษัทที่

 

  • มีสัญญาหลายฉบับต่อเดือน
  • มีพนักงานจำนวนมาก
  • มีคู่ค้าหลายราย
  • ต้องตัดสินใจด้านผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบ่อย
  • มีใบอนุญาตและกฎหมายเฉพาะ
  • ไม่มีฝ่ายกฎหมายประจำ
  • ต้องการควบคุมค่าใช้จ่าย
  • ต้องการให้ทนายเข้าใจธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

 

ขอบเขตควรกำหนดให้ชัด เช่น

 

  • จำนวนชั่วโมง
  • จำนวนเอกสาร
  • ระยะเวลาตอบกลับ
  • ช่องทางติดต่อ
  • ผู้มีสิทธิขอคำปรึกษา
  • งานที่รวม
  • งานที่ไม่รวม
  • ค่าบริการเพิ่มเติม
  • การรักษาความลับ
  • การเก็บเอกสาร

 

ระบบบริหารความเสี่ยงทางกฎหมายสำหรับบริษัท

 

บริษัทควรมี Legal Risk Map อย่างน้อย 6 ด้าน

 

Corporate — หุ้น กรรมการ มติ และเอกสารบริษัท

Contract — สัญญา คู่ค้า การชำระเงิน และการรับประกัน

Employment — พนักงาน ค่าจ้าง วินัย และเลิกจ้าง

Regulatory — ใบอนุญาตและกฎหมายเฉพาะ

Dispute — หนี้ คดี และข้อเรียกร้อง

Criminal & Integrity — ทุจริต เอกสาร เงินบริษัท และผลประโยชน์ทับซ้อน

 

แต่ละความเสี่ยงควรระบุเจ้าของเรื่อง ระดับความรุนแรง กำหนดเวลา มาตรการควบคุม และแผนตอบสนองเมื่อเกิดเหตุ

 

เอกสารที่ควรเตรียมก่อนปรึกษาทนายธุรกิจ

 

  • หนังสือรับรองบริษัท
  • หนังสือบริคณห์สนธิ
  • ข้อบังคับ
  • บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น
  • รายงานประชุม
  • สัญญาผู้ถือหุ้น
  • สัญญาร่วมลงทุน
  • สัญญาที่พิพาท
  • รายการเดินบัญชี
  • เอกสารบัญชี
  • ใบอนุมัติจ่าย
  • อีเมลและข้อความ
  • หนังสือทวงถาม
  • หนังสือนัดประชุม
  • ใบอนุญาต
  • งบการเงิน
  • เอกสารภาษี
  • หลักฐานความเสียหาย
  • ลำดับเหตุการณ์

 

ขั้นตอนใช้บริการทนายธุรกิจ SLS 2017

 

ขั้นตอนที่ 1 แจ้งประเภทธุรกิจและปัญหา

 

แจ้งโครงสร้างผู้ถือหุ้น กรรมการ ลักษณะธุรกิจ คู่กรณี และเหตุเร่งด่วน

 

ขั้นตอนที่ 2 ตรวจความขัดกันแห่งผลประโยชน์

 

ตรวจว่าบริษัทเคยให้บริการแก่คู่กรณี บริษัทในเครือ หรือผู้ถือหุ้นอีกฝ่ายหรือไม่

 

ขั้นตอนที่ 3 ตรวจเอกสาร

 

ตรวจหนังสือรับรอง ข้อบังคับ มติ สัญญา รายการเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง

 

ขั้นตอนที่ 4 วิเคราะห์ทางกฎหมายและธุรกิจ

 

ประเมินสิทธิ ความเสี่ยง ผลกระทบต่อการดำเนินงาน และทางเลือก

 

ขั้นตอนที่ 5 เสนอแนวทาง

 

เปรียบเทียบการแก้เอกสาร เจรจา ซื้อหุ้น แยกกิจการ ทวงหนี้ ฟ้องคดี หรือใช้มาตรการอื่นตามกฎหมาย

 

ขั้นตอนที่ 6 กำหนดขอบเขตและค่าบริการ

 

ระบุงาน ผู้รับผิดชอบ กำหนดเวลา ค่าใช้จ่าย และผลลัพธ์ของงานแต่ละขั้น

 

ขั้นตอนที่ 7 ดำเนินงานและรายงานความคืบหน้า

 

รายงานการเจรจา เอกสาร มติ วันนัด และความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง

 

ค่าทนายธุรกิจคิดอย่างไร

 

ค่าบริการขึ้นอยู่กับ

 

  • ประเภทงาน
  • มูลค่าธุรกรรม
  • จำนวนบริษัท
  • จำนวนผู้ถือหุ้น
  • ปริมาณเอกสาร
  • จำนวนสัญญา
  • ความซับซ้อน
  • ภาษาที่ใช้
  • ความเร่งด่วน
  • การเจรจา
  • จำนวนวันนัด
  • คดีเกี่ยวเนื่อง

 

รูปแบบค่าบริการอาจเป็นรายชั่วโมง รายโครงการ รายคดี หรือรายเดือนตามขอบเขตงาน

 

ก่อนจ้างควรถามว่า

 

  • งานใดรวมอยู่ในค่าบริการ
  • แก้เอกสารได้กี่รอบ
  • รวมประชุมหรือเจรจากี่ครั้ง
  • รวมค่าธรรมเนียมและค่าเดินทางหรือไม่
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
  • ระยะเวลาส่งงาน
  • งานคดีคิดแยกหรือไม่
  • มีค่าใช้จ่ายผู้เชี่ยวชาญหรือไม่

 

วิธีเลือกทนายธุรกิจ

 

ควรเลือกทนายที่

 

  • เข้าใจโครงสร้างบริษัทและเอกสารองค์กร
  • อ่านสัญญาจากมุมธุรกิจ ไม่ใช่เพียงภาษา
  • วิเคราะห์ผลกระทบด้านแพ่ง อาญา แรงงาน และภาษี
  • เข้าใจข้อพิพาทผู้ถือหุ้นและกรรมการ
  • อธิบายความเสี่ยงเป็นภาษาที่ผู้บริหารตัดสินใจได้
  • รักษาความลับ
  • ตรวจความขัดกันแห่งผลประโยชน์
  • มีขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษร
  • ไม่รับรองผลคดี
  • ไม่อ้างว่าสามารถวิ่งเต้นหน่วยงานหรือศาล

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทนายธุรกิจ

 

ถาม: ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องมีทนายหรือไม่

 

ตอบ: ไม่จำเป็นต้องมีทนายประจำทุกบริษัท แต่ควรตรวจสัญญา โครงสร้างผู้ถือหุ้น และธุรกรรมสำคัญก่อนลงนาม ค่าใช้จ่ายป้องกันมักควบคุมได้ง่ายกว่าค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดข้อพิพาท

 

ถาม: ใช้สัญญาต้นแบบจากอินเทอร์เน็ตได้หรือไม่

 

ตอบ: ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่ต้องปรับให้ตรงกับธุรกรรม ภาษี การส่งมอบ การรับผิด และวิธีระงับข้อพิพาทของบริษัท

 

ถาม: กรรมการผู้มีอำนาจนำเงินบริษัทไปใช้ได้หรือไม่

 

ตอบ: อำนาจลงนามไม่เท่ากับสิทธิใช้เงินเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ต้องตรวจวัตถุประสงค์ เอกสารอนุมัติ ข้อบังคับ มติ การบันทึกบัญชี และประโยชน์ของบริษัท

 

ถาม: ผู้ถือหุ้น 49% มีสิทธิควบคุมบริษัทหรือไม่

 

ตอบ: ต้องตรวจผู้ถือหุ้นรายอื่น อำนาจกรรมการ ข้อบังคับ และประเภทมติ สัดส่วน 49% เพียงอย่างเดียวไม่ตอบว่าใครควบคุมการบริหารทั้งหมด

 

ถาม: ผู้ถือหุ้นตรวจบัญชีบริษัทได้ทุกอย่างหรือไม่

 

ตอบ: สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลต้องพิจารณาจากประเภทเอกสาร ฐานะของผู้ขอ ข้อบังคับ และกฎหมาย ไม่ควรนำเอกสารบริษัทออกไปโดยไม่มีสิทธิ

 

ถาม: หุ้นส่วนทะเลาะกันต้องฟ้องทันทีหรือไม่

 

ตอบ: ไม่จำเป็นเสมอไป อาจเจรจาซื้อหุ้น ปรับอำนาจ หรือแบ่งกิจการ แต่ต้องรักษาหลักฐานและตรวจความเสี่ยงก่อนเจรจา

 

ถาม: คู่ค้าผิดสัญญาควรแจ้งความหรือฟ้องแพ่ง

 

ตอบ: ต้องตรวจว่ามีเพียงการผิดสัญญาหรือมีเจตนาหลอกลวงตั้งแต่ต้น ไม่ควรใช้คดีอาญาแทนการทวงหนี้โดยไม่มีฐานข้อเท็จจริง

 

ถาม: ที่ปรึกษารายเดือนรวมการว่าความหรือไม่

 

ตอบ: ขึ้นอยู่กับขอบเขตสัญญา งานคดีและการขึ้นศาลมักต้องประเมินแยก จึงควรระบุให้ชัดก่อนเริ่มงาน

 

ถาม: ทนายรับประกันว่าจะชนะข้อพิพาทได้หรือไม่

 

ตอบ: ไม่สามารถรับประกันได้ ผลขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร พยาน ข้อกฎหมาย และดุลพินิจของศาลหรือหน่วยงาน

 

ถาม: บริษัทรับงานทั่วประเทศหรือไม่

 

ตอบ: สามารถติดต่อให้ประเมินพื้นที่ หน่วยงาน ศาล วันนัด และความพร้อมของทีมเป็นรายกรณี

 

ติดต่อทนายธุรกิจ SLS 2017

 

หากท่านกำลังจะร่วมลงทุน ลงนามสัญญามูลค่าสูง มีข้อพิพาทกับหุ้นส่วน พบรายการเงินผิดปกติ หรือธุรกิจกำลังเข้าสู่ภาวะทางตัน อย่ารอจนเอกสารถูกเปลี่ยน ทรัพย์สินถูกโอน หรือความสัมพันธ์เสียหายจนไม่สามารถเจรจาได้

 

การปรึกษาทนายธุรกิจตั้งแต่ต้นช่วยให้ทราบว่า

 

  • ใครมีสิทธิและอำนาจอะไร
  • ต้องใช้มติหรือเอกสารใด
  • สัญญามีช่องว่างอะไร
  • กรรมการอาจมีความรับผิดหรือไม่
  • ควรเจรจา ซื้อหุ้น ขายหุ้น หรือฟ้องคดี
  • ต้องรักษาหลักฐานใด
  • มีความเสี่ยงด้านอาญา ภาษี หรือแรงงานหรือไม่
  • จะรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจระหว่างข้อพิพาทอย่างไร

 

บริษัท เอสแอลเอส (2017) จำกัด

ทนายธุรกิจและที่ปรึกษากฎหมายบริษัท

 

โทรศัพท์: 099-096-4440

โทรศัพท์: 063-995-3361

โทรศัพท์: 02-103-1961

โทรศัพท์: 02-000-4270

LINE Official: @sls2017

เว็บไซต์: www.lawyerthailand.biz

 

เมื่อติดต่อ กรุณาแจ้ง

 

ชื่อบริษัทและประเภทธุรกิจ

สัดส่วนผู้ถือหุ้น

จำนวนและอำนาจกรรมการ

ปัญหาหรือธุรกรรมที่ต้องการคำปรึกษา

มูลค่าที่เกี่ยวข้อง

เอกสารสำคัญที่มี

มีวันประชุม วันนัด หรือกำหนดใดใกล้ถึงหรือไม่

เป้าหมายที่ต้องการให้ทนายช่วย

 

คำชี้แจง

 

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปและคำอธิบายขอบเขตบริการ ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะบริษัท การวิเคราะห์ต้องตรวจหนังสือรับรอง ข้อบังคับ รายงานประชุม สัญญา รายการทางการเงิน ข้อเท็จจริง และกฎหมายที่ใช้บังคับ ไม่มีข้อความใดเป็นการรับรองผลธุรกรรม ผลการเจรจา หรือผลคดีล่วงหน้า

Visitors: 187,258