ฎีกา คดีลักทรัพย์

คำพิพากษาฎีกาที่ 413/2552

                จำเลยยังไม่ได้นำเตาอบไฟฟ้าออกไปจากห้างสรรพสินค้าของผู้เสียหาย แต่ก็ได้นำเตาอบไฟฟ้าออกไปจากจุดที่วางไว้และยังผ่านจุดที่ปกติลูกค้าต้องชำระเงินให้แก่พนักงานเก็บเงินไปแล้วจึงถือได้ว่าจำเลยทรัพย์ของผู้เสียหายไปแล้วโดยเจตนาทุจริต ความผิดจึงสำเร็จแล้ว

คำพิพากษาฎีกาที่ 1745/2514

               ผู้เสียหายไปวัดในพิธีอุปสมบท ขณะที่ผู้เสียหายเดินตามคณะกลองยาวที่ประโคมกลองยาวหน้านาค โดยผู้เสียหายเดินตามไปได้ระยะทางสัก 2 เส้น ผู้เสียหายก็รู้สึกตัวว่าสร้อยข้อมือทองคำหายไปจึงกลับไปหาบนศาลา ปรากฏว่า ส. อายุไม่เกิน 7 ปี ได้เก็บสร้อยนั้นไปบนศาลาแล้วนำไปให้จำเลยที่ 2 อายุ 13 ปีซึ่งเป็นพี่สาวของ ส. จำเลยที่ 2 จึงเอาไปให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป้นมารดาต่อจำเลยที่ 1 เอาสร้อยห่อและพกออกจากวัดทันทีเมื่อผู้เสียหายสอบถามจำเลยที่ 1 ตอบไม่รู้เห็น จำเลยที่ 1 น่าจะทราบอยู่แล้วว่าสร้อยเป้นของคนอื่นและเจ้าของจะออกติดตามเอาคืนจำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ จำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาทุจริตจึงไม่มีความผิด (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 25/2514)

คำพิพากษาฎีกาที่ 877/2501

               การลักกระแสไฟฟ้านั้นเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 หรือ 335 แล้วแต่ข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี     (ประชุมใหญ่ครั้งที่8/2501)

คำพิพากษาฎีกาที่ 216/2509        

               จำเลยยอมร่วมประเวณีกับผู้เสียหายเพราะต้องการสิ่งตอบแทน แต่ผู้เสียหายทำผิดข้อตกลงทำให้จำเลยไม่พอใจ จึงได้ทำร้ายผู้เสียหายแล้วเอาปืนของผู้เสียหายไปทิ้งเพราะกลัวผู้เสียหายจะยิง การเอาปืนไปทิ้งน้ำแสดงให้เห็นว่าไม่มีเจตนาที่จะครอบครองซึ่งปืนนั้นจึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์